20 Jul

แชร์ประสบการณ์ Narita Express (NEX) จากสนามบินเข้าโตเกียว อิเคบุคุโระ

ปัจจุบันจากสนามบิน นาริตะ เรามีเส้นทางเข้าเมืองให้เลือกค่อนข้างเยอะนะครับตอนนี้ ใครที่จองที่พักโรงแรมหลักๆ ที่ Airport Limousine Bus ผ่าน สะดวกมาก เพราะเส้นทางรถมีไปส่งถึงหน้าโรงแรมเลย

แต่รอบนี้ไปเซอร์เวย์ เส้นทาง ตะลอนตามรอยการ์ตูน ครับ จุดหมายแรกคือไปที่  Tokiwa So และ Nerima ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของประวัติศาสตร์การ์ตูนยุคของ นักเขียนเลือดใหม่ ในยุค 1954 ซึ่งประกอบไปด้วยนักเขียนในตำนาน อย่าง Testsuka Osamu ,Fujio Fujiko ,Ishinomori Shotaro ฯลฯ

ผมดูจากจุดที่เดินทางจะต้องเดินสำรวจในละแวก เมืองเนริมะ และโทกิวะ โซ ซึ่งเป็นพื้นที่แรกที่จะเริ่มต้นเก็บข้อมูลแล้ว จุดที่พักที่สะดวกน่าจะเป็นที่ โทชิม่า อิเคบุคุโระ ก็เลยเลือกพักที่ Sakura Hotel ที่ Ikebukuro ครับ (ที่นี่เข้าออกได้ตลอด 24 ชม.) และวันที่ 1 กค. โโยสายการบินไทย เที่ยวเช้ามาถึงบ่าย กว่าจะออกมา ถ่ายเก็บข้อมูล ผ่าน ตม.ออกมา ในทรปเข้าเมืองไม่ใช้วีซ่า ก็เย็นแล้ว ถ้าไม่รีบเข้าเมืองก็จะอดเดินเที่ยวคืนแรก ก็เลยตัดสินใจเลือก Narita Express (NEX) จากสนามบินเข้า สถานีอิเคบุคุโระ โดยตรง ต่อเดียวถึง (ไม่ยุ่งยากต่อรถ) ออกจากสถานีก็เดินเข้าโรงแรมได้เลย

Narita Express

เส้นทางสีแดง คือ Narita Express ครับ

นาริตะเอ็กเพรส (NEX) ในช่วงค่ำ ๆ ยังมีแยกขบวนอีกที วิ่งไปสุดทางแถว ทาคะโอะ หรือ โอมิยะ ด้วยนะครับ (สังเกตที่เส้นสีแดงในภาพแรก จะมีเส้นแยกอันเล็กๆ) อันนี้คือข้อดี ของการเดินทางของ Narita Express (NEX) ที่รองรับการไปสุดทางหลายจุด เวลาเราซื้อตั๋ว พนง.เค้าจัดให้เรียบร้อยแล้วนะครับ อย่าไปอยู่ผิดตู้แล้วกัน (ฮา) อย่างผม ได้ตั๋วที่ตู้ 11 แต่แอบไปถ่ายที่ตู้ 12 ก่อนเพราะตู้ 12 ว่างมากไม่มีคน แล้วค่อยกลับมานั่งที่ ตู้ 11 ครับ 555

กลับมาที่ราคาตั๋ว นาริตะเอ็กเพรส (NEX) นี่ ราวสามพันกว่าเยนครับ ถ้าดุ่ย ๆ ไปซื้อที่เคาเตอร์เลยไม่ได้ซื้อ JR Pass (ได้นั่งฟรี) หรือไม่ได้ซื้อตั๋ว N’EX Package ก็ต้องควักจ่ายกันขั้นต่ำที่ 3,110 เยน แต่ข้อดีสำหรับผมคือใช้เวลานั่งไม่นานประมาณชั่วโมงนึงก็ถึงแล้ว ต่อเดียวถึง และได้มีเวลาเดินเที่ยวยามค่ำแถมอีกหน่อย

000IMG_1022

จากจุดที่เราซื้อตั๋ว จากสนามบิน เราเดินลงไปที่สถานีรถไฟฟ้า JR อยู่ฝั่งขวามือ ลงไปสาย  สาย นาริตะเอ็กเพรส (NEX) ก็จะอยู่ทางขวามือครับ

ลงไปจากสนามบิน ถึงสถานีด้านล่าง สาย นาริตะเอ็กเพรส (NEX) อยู่ฝั่งซ้ายมือ

ลงไปจากสนามบิน ถึงสถานีด้านล่าง สาย นาริตะเอ็กเพรส (NEX) อยู่ฝั่งขวามือ

N’EX

N’EX มีที่นั่งให้เลือก 2 แบบ คือ ตู้ธรรมดา เบาะหุ้มผ้าดำขอบแดง กับ Green Car (ที่นั่งชั้น 1) เบาะหนังแท้สีดำ ครับ ราคาต่างกันอีกพันเยน ภาพนี้คือ ตู้ธธรรมดาครับ

N’EX มีที่นั่งให้เลือก 2 แบบ คือ ตู้ธรรมดา เบาะหุ้มผ้าดำขอบแดง กับ Green Car (ที่นั่งชั้น 1) เบาะหนังแท้สีดำ ครับ ราคาต่างกันอีกพันเยน

N’EX มีที่นั่งให้เลือก 2 แบบ คือ ตู้ธรรมดา เบาะหุ้มผ้าดำขอบแดง กับ Green Car (ที่นั่งชั้น 1) เบาะหนังแท้สีดำ ครับ ราคาต่างกันอีกพันเยน ภาพนี้คือ ตู้ Green Car ครับ ที่นั่งเบาะหนัง ต่างกันแค่นี้แหละ

จุดสังเกตที่น่าสนใจ และข้อดี

1. มีที่วางกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่ด้านท้ายโบกี้ พร้อมสายกุญแจตั้งลอครหัสตัวเลข คล้องเก็บกระเป๋าได้ พร้อมมีกล้องวงจรปิดไว้ตรงที่วางกระเป๋าเดินทางตรวจสอบและป้องกันมิจฉาชีพแอบมาเปิดกระเป๋าผู้โดยสาร

Narita Express

มีที่วางกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่ด้านท้ายโบกี้ พร้อมสายกุญแจตั้งลอครหัสตัวเลข คล้องเก็บกระเป๋าได้ พร้อมมีกล้องวงจรปิดไว้ตรงที่วางกระเป๋าเดินทางตรวจสอบและป้องกันมิจฉาชีพแอบมาเปิดกระเป๋าผู้โดยสาร

Narita Express

มีที่วางกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่ด้านท้ายโบกี้ พร้อมสายกุญแจตั้งลอครหัสตัวเลข คล้องเก็บกระเป๋าได้ พร้อมมีกล้องวงจรปิดไว้ตรงที่วางกระเป๋าเดินทางตรวจสอบและป้องกันมิจฉาชีพแอบมาเปิดกระเป๋าผู้โดยสาร

2. ใต้เบาะ มีพื้นที่ไว้ให้สามารถวางกระเป๋าได้สะดวกขึ้น เอาใบใหญ่ไปใส่ที่ลอคไว้ แล้วเอาใบเล็กมาไว้ใต้ที่นั่งสะดวก

 

N’EX มีที่นั่งให้เลือก 2 แบบ คือ ตู้ธรรมดา เบาะหุ้มผ้าดำขอบแดง กับ Green Car (ที่นั่งชั้น 1) เบาะหนังแท้สีดำ ครับ ราคาต่างกันอีกพันเยน

N’EX มีที่นั่งให้เลือก 2 แบบ คือ ตู้ธรรมดา เบาะหุ้มผ้าดำขอบแดง กับ Green Car (ที่นั่งชั้น 1) เบาะหนังแท้สีดำ ครับ ราคาต่างกันอีกพันเยน

3. ระยะห่างระหว่างเบาะแต่ละแถว 102 ซม. ในตู้ธรรมดา และ 116 ซม. สำหรับตู้ Green Cars (ตู้นั่งชั้น 1) ทำให้นั่งสบายขยับลุกนั่งสะดวก ไม่อึดอัด โดยเฉพาะคนตัวโตๆ 555

4. มีปลั๊กไฟให้เสียบชาร์ตอุปกรณ์ไฟฟ้าระหว่างการเดินทาง ข้างเบาะนั่ง (ไฟ 110 V ปลั๊กหัวแบน

naritaexpressIMG_5379-025

5. มีจอ LCD จอใหญ่ยักษ์อยู่บนเพดานห้องโดยสาร แสดงข้อมูลการเดินรถ 4 ภาษา ญี่ปุ่น อังกฤษ จีน เกาหลี พร้อมรายงานสภาวะอากาศ อและข้อมูลที่เป็นประโยชน์ + โฆษณา

naritaexpressIMG_5390-014

naritaexpressIMG_5380-009

6. ระบบช่วงล่างและระบบรองรับแรงสั่นสะเทือนระหว่างตู้โบกี้ วิ่งนิ่งเรียบไร้แรงสะเทือนรุนแรงรบกวน นิ่มนวลชวนนอน สบายเรียบนิ่งตลอดเส้นทาง พร้อมโครงสร้างภายในห้องโดยสารถูกออกแบบป้องกันเสียงรบกวนจนเงียบ(เกือบสนิท)

naritaexpressIMG_5382-010

สุดท้ายที่ประทับใจคงเป็นเรื่องของ การออกแบบปรับระดับความสูงของพื้นทางเดินตรงประตูรถเพิ่มอีก 5 ซม. ให้ใกล้เคียงกับความสูงของชานชลา คนพิการใช้รถเข็นสามารถขึ้นโบกี้ได้สะดวก แถมมีห้องน้ำสำหรับผู้พิการนั่งรถเข็นด้วย สุดยอดๆ

สุดท้ายที่ประทับใจคงเป็นเรื่องของ การออกแบบปรับระดับความสูงของพื้นทางเดินตรงประตูรถเพิ่มอีก 5 ซม. ให้ใกล้เคียงกับความสูงของชานชลา คนพิการใช้รถเข็นสามารถขึ้นโบกี้ได้สะดวก แถมมีห้องน้ำสำหรับผู้พิการนั่งรถเข็นด้วย สุดยอดๆ

สุดท้ายที่ประทับใจคงเป็นเรื่องของ การออกแบบปรับระดับความสูงของพื้นทางเดินตรงประตูรถเพิ่มอีก 5 ซม. ให้ใกล้เคียงกับความสูงของชานชลา คนพิการใช้รถเข็นสามารถขึ้นโบกี้ได้สะดวก แถมมีห้องน้ำสำหรับผู้พิการนั่งรถเข็นด้วย สุดยอดๆ

naritaexpressIMG_5396-034naritaexpressIMG_5372-019naritaexpressIMG_5370-021naritaexpressIMG_5368-006

naritaexpressIMG_5410-045

เกร็ดน่ารู้ที่สำคัญมากๆ สำหรับการซื้อ N’EX Package สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ

เราซื้อ N’EX Package ในราคา 3,500 เยน สำหรับตู้ปกติ และ 5,000 เยน สำหรับ Green Car
จะได้บัตรนั่ง N’EX เข้าเมือง 1 เที่ยว จากสนามบินไปลงสถานีไหนก็ได้ ตั้งแต่ โตเกียว ชินจุกุ ชิบุย่า หรือ อิเคะบุคุโระ และในราคานี้ เราจะได้แถมบัตร Suica มูลค่า 2,000 เยน มาให้ 1 ใบ

พิเศษกว่านั้นคือ N’EX Package แบบ 2 เที่ยว นั่งไป-กลับ ให้ด้วย ในราคาสุดคุ้มที่ 5,500 เยนสำหรับตู้ปกติ และ 8,000 เยน สำหรับตู้ Green Car ตกแล้วราคาค่าตั๋ว N’EX จากราคาปกติไปกลับร่วม 6 พันกว่านเยน จะเหลือแค่เที่ยวละ 1,750 เยนทุกเส้นทาง คุ้มสุดๆครับ

N’EX Package จะมีขายเฉพาะที่ Travel Service Center และ เคาเตอร์ขายตั๋วของ JR East ที่ชั้นใต้ดินของสถานีรถไฟของสนามบินนาริตะทั้ง 2 แห่งเท่านั้นนะครับ ไม่มีขายที่สถานีอื่น

Suica N'EX   Narita Express

http://www.jreast.co.jp/e/nex/suica_nex.html

ถึงอิเคบุคุโร่แล้ว ขอเอากระเป๋าไปเก็บ และเดินเที่ยว อิเคบุคุโระยามค่ำคืนก่อนนะครับ

naritaexpressIMG_5407-039 naritaexpressIMG_5408-043

naritaexpressIMG_5416-051

naritaexpressIMG_5415-050 naritaexpressIMG_5414-049 naritaexpressIMG_5413-048 naritaexpressIMG_5412-047

 
ที่พักของค่ำคืนนี้ครับ โรงแรม Sakura Hotel คืนนี้ ตามข้างล่างนี้


 

19 Jul

ไปญี่ปุ่นเพื่อทำการบ้าน เซอร์เวย์ Manga Trip ตะลอนตามรอยการ์ตูน เที่ยวนี้ ประทับใจ เป็นพิเศษกับเมนู “ปลาไหลย่างกับข้าวสวยญี่ปุ่น” บนเครื่อง ของการบินไทย ระหว่างการเดินทางครับ

เมนู “ปลาไหลย่างกับข้าวสวยญี่ปุ่น” บนเครื่อง ของการบินไทย

ปกติเป็นคนชอบทานอาหารญี่ปุ่นอยู่แล้ว แล้วหน้าร้อนรอบนี้ก็ตั้งใจจะไปทานข้าวหน้าปลาไหลที่ญี่ปุ่นด้วย เพราะธรรมเนียมญี่ปุ่นธรรมเนียมนึง คือการทาน ข้าวหน้าปลาไหล ในหน้าร้อน มาเจอกันบนเครื่องก่อนเลย ถูกใจมาก

ลองมาค้นดูที่มาที่ไปว่าเมนูนี้มายังไง ก็ไปพบว่า เป็นเมนูพิเศษ บนเที่ยวบินสู่ประเทศญี่ปุ่นตลอดเดือนกรกฎาคมนี้ ผมที่เดินทางในวันแรก วันที่ 1 กค. เที่ยวบินแรกของการบินไทยเช้านั้นก็เลยได้ประเดิมอะไรอร่อยๆ เป็นโชคไป รู้สึกว่าหมดเดือน กค. เมนูนี้ก็จบเลย หมดแล้วหมดเลยไปพร้อมกับหน้าร้อน

การบินไทยให้บริการเที่ยวบินตรงจากกรุงเทพฯ ไปซัปโปโร

น่าเสียดายนิดที่ไม่ได้ชิม ของหวานด้วย “มูสเค้กถั่วแดง” ที่สร้างสรรค์โดยเชฟ Hiroshi Masuda ตามโครงการ Chef Gallery 2 : Japanese Cuisine เพราะเฉพาะเมนูนี้เสริฟ บน TG660 และ TG672 เท่านั้น อยากรู้ว่าจะขนาดไหน อันนี้อารมณ์ประสาคนชอบกิน ชอบชิมโดยแท้

การบินไทยให้บริการเที่ยวบินตรงจากกรุงเทพฯ ไปซัปโปโร การบินไทยให้บริการเที่ยวบินตรงจากกรุงเทพฯ ไปซัปโปโร การบินไทยให้บริการเที่ยวบินตรงจากกรุงเทพฯ ไปซัปโปโร การบินไทยให้บริการเที่ยวบินตรงจากกรุงเทพฯ ไปซัปโปโร การบินไทยให้บริการเที่ยวบินตรงจากกรุงเทพฯ ไปซัปโปโร

แต่ยังไง มีแปลนจะไปเที่ยวญี่ปุ่นอีกรอบ ว่าจะไปเที่ยว ซัปโปโร ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงครับ ไปเก็บข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวที่เกี่ยวโยงกับการ์ตูนญี่ปุ่น ทางฮอกไกโด เห็นว่า การบินไทยให้บริการเที่ยวบินตรงจากกรุงเทพฯ ไปซัปโปโร ด้วยเพิ่งเปิดให้บริการ อาจจะได้ลองชิมอะไรใหม่ๆ สำหรับฤดูไบไม้ร่วงเหมือนคราวนี้ก็ได้

 

 

16 Jul

Keiji Salmon แซลมอนมายาในตำนาน ที่ HonMono

Keiji Salmon เคจิแซลมอน แซลมอนมายาในตำนาน

Keiji‬ salmon

Keiji‬ salmon มีรสชาติดีมีความพิเศษเฉพาะตัว + ความหาทานยากระดับแรร์ไอเทม ทำให้กลายเป็นปลาแซลมอนในตำนานที่หลายๆคนมีเงินก็ยังหาซื้อมาทานไม่ได้ง่ายๆ

ตะลอนกิน รอบนี้ แวะไปเยี่ยมเชฟบุญธรรม ถึง Honmono Sushi ไปติดตามเรื่อง เคจิแซลมอน หรือปลาแซลมอนมายา แซลมอนในตำนานที่แม้คนญี่ปุ่นเองใช่ว่าจะได้ทานทุกคน และนานๆ ทีจะจับได้ตัวนึงและหาทานได้ยากสุดๆ ระดับ 1 ในพัน หรือ 1 ในหมื่นตัวครับ รายละเอียดของเมจิกะ หรือ Keiji Salmon เคจิแซลมอน‬ อยู่ข้างล่างนี้ครับ เมจิกะ หรือ Keiji Salmon

เคจิแซลมอน

Keiji salmon

‪#‎เคจิแซลมอน‬ ‪#‎KeijiSalmon‬ นี่ว่ากันว่าเคี้ยวนานๆ จะมีกลิ่นหอมขึ้นมาจนรู้สึกสัมผัสได้ในเนื้อปลา และที่หาทานยากเพราะนานๆทีจะมีหลุดมา เป็นปลาแซลมอนวัยหนุ่มที่ว่ายตามฝูงใหญ่ที่จะไปผสมพันธ์กัน โดยเดินทางผ่านทะเลโอค็อตสค์ของรัสเซียที่อุดมสมบูรณ์ก่อนที่จะมาถึงและขึ้นฝั่งที่ญี่ปุ่น ณ ลำธารถิ่นเกิด

การที่ เมจิกะ หรือ Keiji Salmon เคจิแซลมอน‬ มีรสชาติดีมีความพิเศษเฉพาะตัว + ความหาทานยากระดับ Rare item ทำให้กลายเป็นปลาแซลมอนในตำนานที่หลายๆคนมีเงินก็ยังหาซื้อมาทานไม่ได้ง่ายๆ เพราะนิยมเอาไปเป็นของขวัญ ของฝากผู้ใหญ่ระดับพิเศษๆ มากๆ ความต้องการสูงแต่จำนวนที่จับได้มีน้อยมากๆ ในแต่ละปี จึงเรียกกันว่า #‎แซลมอนมายา‬ เมจิกะ หรือ Keiji Salmon เคจิแซลมอน‬ ในตำนาน ที่หลายคนเคยได้ยินชื่อ แต่ไม่เคยเห็นตัว ไม่เคยสัมผัส และไม่เคยได้ทานง่ายๆ

4Honmono_IMG_0832

ที่สำคัญ ปลา Keiji salmon แซลมอนแต่ละตัวจะมีใบรับรองจากทางญี่ปุ่น พร้อมกับรหัส พูดง่ายๆว่าปลาแซลมอนประเภทนี้ จะมีการจดทะเบียนเคจิแซลมอน พร้อมใบรับรองระบุรหัสทุกตัวตามลำดับครับ ส่วนราคา เคจิแซลมอน กิโลกรัมละ 15,600 บาท หนึ่งตัวหนักประมาณ1.3 – 1.6 กก.

ที่สำคัญคือไม่ใช่ว่าใครนึกจะสั่งก็สั่งได้ เพราะฉะนั้นการที่ทาง Honmono Sushi เอามาโชว์เที่ยวนี้ ทำให้ผมทึ่งมากๆในศักยภาพของ Connection ที่นี่

4Honmono_IMG_5180

บางคนไปถึงที่ญี่ปุ่น อยากกินยังไม่ได้กิน กลับกลายมาได้กิน แซลมอนในตำนาน กันที่เมืองไทย แหม่..ๆ ผมเลยขอร้องเชฟบุญธรรม ช่วยสั่งไว้อีกตัว ไว้เป็นรางวัลพิเศษในโอกาสพิเศษสำหรับสมาชิกเพจ ตะลอนกิน ไว้แล้วครับ ถ้าโชคดีได้มาเมื่อไหร่ มีปาร์ตี้ใหญ่แน่นอน

อย่างตัวนี้ คือรหัส 13323 ครับ ‪#‎ตะลอนกิน‬ ‪#‎Homono‬

ปล.1 ทริป ตะลอนกิน ทริปนี้ เชฟบุญธรรมให้เกียรติมาดูแลและต้อนรับด้วยตัวเองอย่างไม่ขาดตกบกพร่องแม้แต่น้อย ต้องขอกล่าวคำขอบคุณแรงๆ ด้วยความซาบซึ้งในมิตรภาพที่มอบให้กับทางตะลอนกินอย่างสุดซึ้งครับ

4Honmono_IMG_5173
ปล.2 ใครที่เคยอ่านการ์ตูนไอ้หนุ่มซูชิ น่าจะจำได้ว่าเคยมีเอาเรื่องนี้มาเล่า ในตอนนั้นเรียกว่า เมจิกะ เป็นการเล่นพ้องคำเรียกชื่อปลา และโยงเข้าหาเรื่องของปลาแซลมอนในตำนานชนิดนี้ครับ

ปล.3 ใครที่อยากเห็นสุดยอดปลาทูน่าที่ญี่ปุ่นเรียกว่า Hon-Maguro 本鮪 ที่ได้ชื่อว่าคือสุดยอดรสชาติความอร่อยที่สุดในหมู่ปลาทูน่าด้วยกัน และหายากมากๆ ในทะเลญี่ปุ่น จนกระทั่งญี่ปุ่นเองก็ต้องนำเข้าจากทาง เสปน ปีหน้าครบรอบวันเกิดร้านของ Hon Mono จะฉลองด้วยการนำ  Hon-Maguro 本鮪 ของแท้ราคาตัวละ 2 ล้าน นำเข้ามาให้ได้ทดลองชิมว่าสุดยอดโอโทโร่เต็มๆทั้งตัว หน้าตาเป็นยังไง และรสชาติเป็นยังไง เตรียมตัวเตรียมใจกับแมทช์สำคัญแมทช์นี้ในปีหน้าครับ
 Hon-Maguro 本鮪สุดท้ายนี้เอาเมนูอาหารมาฝากด้วยครับ เดี๋ยวเหมือนจะขาดอะไรไปสักอย่าง เชิญชมครับ

Honmono City Viva นราธิวาส ซอย 6.

Honmono City Viva นราธิวาส ซอย 6

Honmono City Viva นราธิวาส ซอย 6

Honmono City Viva นราธิวาส ซอย 6

Honmono City Viva นราธิวาส ซอย 6

Honmono City Viva นราธิวาส ซอย 6

Honmono City Viva นราธิวาส ซอย 6

หอยเต็มๆ คำ อันนี้ชอบมาก

Honmono City Viva นราธิวาส ซอย 6

โอโทโร่สีชมพูสวย น่าทานแบบนี้ เห็นริ้วไขมันแทรกเนื้อชัดเจนถึงความนุ่มจริงๆครับ

Honmono City Viva นราธิวาส ซอย 6

ปลาแซลมอนคำโตๆ เต็มคำสุดๆ

Honmono City Viva นราธิวาส ซอย 6

Honmono City Viva นราธิวาส ซอย 6

ปลาฮามาจิ ตัวโตๆ เอามาหั่นคำโตๆ

Honmono City Viva นราธิวาส ซอย 6

ปลาฮามาจิ ตัวโตๆ หั่นคำโตๆ

Honmono City Viva นราธิวาส ซอย 6

Honmono City Viva นราธิวาส ซอย 6

 

Honmono City Viva นราธิวาส ซอย 6

Honmono City Viva นราธิวาส ซอย 6

Honmono City Viva นราธิวาส ซอย 6

Honmono City Viva นราธิวาส ซอย 6

Honmono City Viva นราธิวาส ซอย 6

Honmono City Viva นราธิวาส ซอย 6

Honmono City Viva นราธิวาส ซอย 6

Honmono City Viva นราธิวาส ซอย 6

Honmono City Viva นราธิวาส ซอย 6

Honmono City Viva นราธิวาส ซอย 6

4Honmono_IMG_5124 4Honmono_IMG_5125 4Honmono_IMG_5126

Honmono City Viva นราธิวาส ซอย 6

Honmono City Viva นราธิวาส ซอย 6

Honmono City Viva นราธิวาส ซอย 6

Honmono City Viva นราธิวาส ซอย 6

Honmono City Viva นราธิวาส ซอย 6

Honmono City Viva นราธิวาส ซอย 6

Honmono City Viva นราธิวาส ซอย 6

Honmono City Viva นราธิวาส ซอย 6

Honmono City Viva นราธิวาส ซอย 6

Honmono City Viva นราธิวาส ซอย 6

Honmono City Viva นราธิวาส ซอย 6

Honmono City Viva นราธิวาส ซอย 6

Honmono City Viva นราธิวาส ซอย 6

คำนี้น่าจะเป็นคำโปรดของหลายคน

Honmono City Viva นราธิวาส ซอย 6

จริงๆถ้าบอกตามตรง ฟัวกราซูชิผมเฉยๆนะ เดิมซูชิดั้งเดิมมันไม่มีหรอกเพิ่งมาเพิ่มทีหลัง แต่ถามว่าอร่อยไหม ก็อร่อยครับ 555

Honmono City Viva นราธิวาส ซอย 6

ซูชิคำนี้โดนครับ ส่วนตัวไม่ค่อยชอบซูชิฟิวชั่น แค่คำนี้โดนทีเดียว

 

 

14 Jul

White Spaces ของดี ของฟรี ที่เราอาจไม่มีโอกาสได้ใช้งาน

White Spaces ของดี ของฟรีที่เราอาจไม่มีโอกาสได้ใช้งาน

“White Spaces คือ The Unused Spectrums คลื่นความถี่สีขาว คลื่นความถี่ที่ไม่ได้ถูกจัดสรรค์ให้ใช้งาน”

TV-White-Spaces 26386201

คลื่น “White Spaces” คืออะไร ลองนึกถึง เวลาเราเปิดทีวีขึ้นมาจอภาพจะมีหลายสีมากมายเป็นแท่งๆ (color bar) แท่งสีพวกนี้ คือ คลื่นความถี่ (Spectrums) และถ้าขยายขึ้นมาอีกในระหว่างแท่งสีเหล่านั้น จริงๆ แล้วยังมีพื้นที่ของแท่งและเส้นสีขาวที่ยังไม่ได้ใช้งานอยู่ ณ ตรงสีขาวนั้นเราเรียกว่า White Spaces คลื่นความถี่ที่ไม่ได้ถูกจัดสรรค์ให้ใช้งาน

ที่มี White Spaces อยู่เยอะเพราะในอดีต เราใช้วิธีส่งสัญญาณแบบ Analog ซึ่งต้องเว้นช่วงห่างระหว่างคลื่นที่ถูกใช้งานไว้ช่วงนึงเลย เพื่อป้องกันไม่ให้เวลาแพร่ภาพ หรือกระจายเสียงแล้วเกิดการรบกวนกัน

ตัวอย่างง่ายๆ คือ การจูนหาช่องวิทยุแล้วมีอีกช่องแทรกมา White Spaces หรือช่วงว่างในสมัยก่อนทำหน้าที่กันการรบกวน

แต่ปัจจุบันเราใช้ระบบดิจิทัล ซึ่งไม่มีความจำเป็นต้องใช้คลื่น White Spaces เพื่อเป็นตัวกันการรบกวนระหว่างช่องอีกต่อไปแล้ว

ก็เลยกลับกลายเป็นว่าที่จริงเรามี White Spaces ที่สามารถเอามาใช้งานให้เกิดประโยชน์ได้มากมาย

ปัจจุบัน ก็มีหลายหน่วยงานเช่น Google มหาวิทยาลัย Cambridge บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Microsoft รัฐบาลสหรัฐ รัฐบาลสิงคโปร์ และอีกหลายบริษัทและอีกหลายหน่วยงานรวมตัวกันคิดค้นเทคโนโลยีระดับสูงเพื่อหาทางนำคลื่น White Spaces มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

TV white spaces broadband trial  good news for SA

สิ่งสำคัญก็คือ White Spaces มันก็คือ Super Wifi ที่สุดยอดฉลาด เพราะมันสามารถวิ่งหาคลื่นของมันเองไม่ว่าจะเป็นบนความถี่ 2.1 หรือ 2.4 หรือ 2.5 GHZ และอีกนับไม่ถ้วน แถมเร็วและแรงมากๆ ตัว Router ก็ไม่ต้องใช้ ตัว Fibre Optic ก็ไม่จำเป็น

whitespacemain

สมมุติภาพง่ายๆ คุณมี Webcam กับเครื่อง Laptop ที่มีเทคโนโลยี White Spaces คุณแค่เอา Webcam ไปตั้งสนามบอลโลกโดยไม่ต้องเดินสาย ไม่ต้องเชื่อมเราเตอร์ ระบบนี้ก็สามารถ Live Broadcast ได้สดๆ อัตโนมัติและไม้ต้องใช้พวก Data Package กันให้เปลืองเงินเลย

ตรงลงท้ายนี่แหละ ที่จะไม่ได้ใช้ เพราะถ้าใช้เทคโนโลยีนี้กันได้ฟรี ไม่มี cost ลงทุน บริษัทเทเลคอมเจ๊งแน่นอน

TV white spaces broadband trial  good news for SA (1)

ดังนั้นตอนนี้คนที่ได้ใช้ก็คือทางแอฟริกาครับ ทางกูเกิ้ลไปทดลองทำตั้งแต่มีนาคม 2013 และประสบความสำเร็จเรียบร้อย ‪#‎ตะลอนทีวี‬ ‪#‎น่าคิด‬ ‪#‎ข่าวสาร‬

 

 

13 Jul

ปลูกข้าวในอาคาร ใจกลางโตเกียว

Studio Zero : Fujiko Fujio & His friends.

Studio Zero : Fujiko Fujio & His friends.

ช่วงนี้ กำลังทำการบ้านโปรเจค ตะลอนตามรอยการ์ตูน อยู่ครับ พยายามรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการ์ตูนหลายเรื่องและไปตามเก็บ ตรวจสอบข้อมูลในพื้นที่จริง และวันนี้ก็ไปเดินเล่นใจกลางโตเกียว ชินจูกุ – ฮาราจูกุ และละแวกใกล้เคียง เพื่อตามหา สตูดิโอ ซีโร่ ในตำนาน ของ อาจารย์ ฟูจิโอะ ฟูจิโกะ กับผองเพื่อน อย่าง อ.อิชิโนโมริ โชทาโร่ อ.ซูซูกิ ที่ทำการ์ตูน อนิเมทีวี เรื่องแรก คือ อะตอม หรือเจ้าหนูปรมาณู ให้กับ อ.เทตสึกะ โอซามุ ครับ ต่อมาเรื่องนี้ถูกนำเอาเข้ามาฉายในไทยด้วย

ปีนี้ อ. ฮิโรชิ ฟูจิโมโตะ หรือที่ต่อมาเรารู้จักในนาม ฟูจิโอะ เอฟ ฟูจิโกะ ที่เกิดในปี 1933 ก็จะครบรอบ 80 ปี (1933-1996) ซึ่งทางญี่ปุ่นจะมีฉลองจัดงานที่ หอคอยโตเกียว กลางเดือน กค.นี้ ยาวไปจนถึงเดือน ตค. ผมเองก็เลยถือโอกาส 80 ปีนี้ทำอะไรที่คาใจมานานให้หายคาใจสักที ด้วยการไป ตะลอนตามรอยการ์ตูน ตามข้อมูลที่เรามีและเราอยากไปเห็นด้วยตา ของตัวเองมากมาย จุดแรกที่มีข้อมูลจริงๆ ที่เผอิญได้มาก็คือ ที่ สตูดิโอซีโร่ นี่ละครับ

เกร็ดน่ารู้เรื่องแรกที่ค้นมาก็คือ  นามปากกา  ฟูจิโอะ ฟูจิโกะ
มาจาก ชื่อทั้ง 2 ท่านรวมกัน คือ ฮิโรชิ ฟูจิโมโตะ และ โมโตโอะ อาบิโกะ
ฮิโรชิ ฟูจิโมโตะ และ โมโตโอะ อาบิโกะ  เป็น ฟูจิโอะ ฟูจิโกะ

นามปากกานี้ ฟูจิโอะ ฟูจิโกะ ใช้ทำงานร่วมกัน ตั้งแต่การ์ตูนเรื่อง ผีน้อยคิวทาโร่
และต่อมาพวกเขาก็ร่วมมือกันตั้งสตูดิโอที่ชื่อ ‘The Studio-zero’ ในปี 1963 เริ่มแรกเพื่อผลิตการ์ตูนให้กับ อ.เทตสึกะ โอซามุ เรื่อง อะตอม ก่อนที่ อ.เทตสึกะ โอซามุจะจัดตั้ง มุชิ โปรดั๊กชั่น ขึ้นมาดูแล และต่อมาหลังจากในปี 1964 นามปากกา ฟูจิโอะ ฟูจิโกะ ประสบความสำเร็จกับหนังสือการ์ตูนเรื่อง ผีน้อยคิวทาโร่ (Obake-no Qtaro) ที่ลงในนิตยสาร โชเน็น ซันเดย์ ก็ผลิตการ์ตูนของตัวเองอย่างผีน้อยคิวทาโร่ ออกอากาศ โดยใช้สตูดิโอซีโร่ เป็นที่ผลิตการ์ตูนอนิเมชั่นของตนเองในเวลาต่อมาด้วยครับ ถือเป็นช่วงคลื่นลูกแรกของกระแสบูม ของอนิเมทางทีวี

ย้อนกลับมาที่ที่สตูดิโอ ซีโร่ ซึ่งพอดีผมได้ที่ตั้ง ดั้งเดิมมา ก็เลยอยากไปเดินหาจริงๆ ซึ่งทั้งที่ทราบว่าตึกเดิมถูกทุบทิ้งไปแล้วก็ยังอยากไป ณ จุดๆ นั้นสักครั้ง เป็นความต้องการต้องการส่วนตัวที่บ้าบอสิ้นดี แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังจะไป..(ฮา) ได้เอาไปโพสต์เล่าในพันทิปด้วยนะครับ สนใจตามไปอ่านกัน  http://pantip.com/topic/30692559

ตึกที่ว่าการเมืองโตเกียว

ผ่านไปเที่ยวญี่ปุ่น เดินเที่ยวโตเกียวรอบนี้ ไปเจอตึกอาคารสำนักงานใหญ่ Pasona ที่มีคอนเซปต์น่าสนใจมากๆ แต่ว่าวันนั้นเวลากระชั้นมาก เลยตั้งใจว่ากลับมาจะค้นข้อมูลเพิ่มเติม และก็ได้ได้ข้อมูลจาก inhabitat เพื่อเอามาเล่าสู่กันฟังครับ

อ่านแล้วน่าทึ้งตรงที่ ตึกนี้ถูกพลิกโฉมในประเด็นการคิดแก้ปัญหาที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต เกี่ยวกับความสามารถผลิตอาหารเอง ในเมืองใหญ่ที่ปกติไม่สามารถผลิตอาหารเองได้  และสร้างพื้นที่สำหรับผลิตอาหารขึ้นมาภายในอาคาร เพื่อเพิ่มศักยภาพการพึ่งพาตนเองทางด้านอาหาร

มารู้จักตึกนี้กันดีกว่าว่ามีอะไรบ้าง
Pasona-HQ-Kono-Designs-13 Pasona-HQ-Kono-Designs-14 Pasona-HQ-Kono-Designs-21Pasona-HQ-Kono-Designs-31

จากอาคารสำนักงานเก่าแก่กว่า 50 ปี ถูกปรับปรุงใหม่โดยบริษัท Kono Designs เพิ่มผนังไม้เลื้อยรอบอาคาร เพื่อช่วยลดความร้อนที่จะเข้ามาภายใน และกลายเป็นแหล่งผลิตอาหารให้กับพนักงานที่อยู่ภายในบริษัท มีพื้นที่สำหรับผลิตอาหารภายในอาคาร สำหรับการปลูกผักและผลไม้กว่า 200 ชนิด ทั้ง บร็อกโครลี่ ผักกาดหอม มะเขือเทศ และสามารถปลูกข้าวบนนาเทียม โดยใช้ใช้แสงสังเคราะห์จากหลอดไฟฟ้าแทนแสงอาทิตย์ ชวนให้นึกถึงโดราเอมอน ตอนที่โนบิตะกับโดราเอมอน ชวนกันไปทำนาข้าวกันเองในบ้านมากๆ

โดราเอมอน เล่มที่ 2

โดราเอมอน เล่มที่ 2 หน้า 138 ตอนทำนาบนผืนเสื่อ ครับ

Pasona-HQ-Kono-Designs-51 Pasona-HQ-Kono-Designs-61

Pasona-HQ-Kono-Designs-41

Pasona-HQ-Kono-Designs-711 Pasona-HQ-Kono-Designs-91 Pasona-HQ-Kono-Designs-102

คิดๆ แล้วก็น่าทึ่ง ที่ญี่ปุ่นเค้าคิดอะไรก้าวหน้า คิดเผื่อกันซึ่งกันและกันไปจนถึงศักยภาพการผลิตอาหารในเมืองเพื่อเลี้ยงปากท้องผู้คน ที่อาจกลายเป็นต้นแบบในการผลิตอาหารในเมืองได้ในอนาคต จนสามารถปลูกข้าวได้ในอาคารจนเก็บเกี่ยวมาทานได้เรียบร้อย แต่ในประเทศไทยบ้านเรา ข้าวบ้านเรากลับกลายเป็นเรื่องที่ถูกเอานำมาใช้เป็นเรื่องการเมือง มุ่งจะปล่อยข่าวโจมตีกันโดยไม่คิดว่าจะสั่นสะเทือนประเทศไทยให้เสียภาพลักษณ์ไปในระดับโลก
Untitled-117

จนกระทั่งฟ้าหญิงท่านยังต้องทรงให้สถาบันวิจัยฯ ตรวจสอบและออกมาปกป้องประเทศ พระองค์ทรงอยู่เหนือการเมืองอย่างแท้จริง

เมื่อวันที่ 8 ก.ค. เวลา17.15 น.ตามเวลาท้องถิ่นของราชอาณาจักรสวีเดน สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เสด็จออก ณ โรงแรมที่ประทับ ณ กรุงสตอกโฮล์ม พระราชทานพระวโรกาสให้เอกอัครราชทูตไทยประจำ กรุงสตอกโฮล์ม นำข้าราชการสถานราชทูต และคนไทยที่อาศัยอยู่ในกรุงสตอกโฮล์มเข้าเฝ้าอย่างใกล้ชิด เนื่องในโอกาสเสด็จประกอบพระกรณีกิจ ณ ราชอาณาจักร สวีเดน

ในการนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงเป็นห่วงสถานการณ์ข้าวไทยที่มีบางประเทศในยุโรปเกรงว่าจะมีสารปนเปื้อนมา ในข้าว โดยมีพระดำรัสต่อคณะผู้เข้าเฝ้าว่า สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ทำการวิจัยเกี่ยวกับข้าวไทย ปรากฎว่า ข้าวไทยเป็นข้าวที่มีคุณภาพและไม่มีสารปนเปื้อน ซึ่งแตกต่างจากข่าวจากประเทศเพื่อนบ้านที่มีการปนเปื้อนจากสารหนู

“ข้าวไทยนั้นไม่มีสารพิษจริง ๆ เป็นข้าวที่มีคุณภาพ แต่ข้าวที่มีสารพิษนั้นเป็นข้าวต่างประเทศ โดยย้อมแมวว่าเป็นข้าวไทย ทำให้ต่างประเทศเข้าใจผิดว่าข้าวไทยมีสารพิษ อาร์ซีนิค คือสารหนูนั่นเอง สารพิษอาร์ซีนิคจะมีอยู่ในดิน ในน้ำ ทำให้สุขภาพเสีย ลุ่มแม่น้ำโขงก็มีมากมาย เพราะฉะนั้นต้นข้าวก็ต้องดูดเอาสารพิษนี้ขึ้นไป ข้าวของไทยนั้นขอให้พวกเราภูมิใจได้ว่าข้าวไทยเราเป็นข้าวคุณภาพ”

11 Jul

japan no visa ไปญี่ปุ่นแบบไม่ต้องขอวีซ่า ควรเตรียมอะไรบ้าง

วันนี้ 1 กค.) เดินทางมาเดินเล่นญี่ปุ่นได้เรียบร้อย ถึงจะดูฉุกละหุกสักหน่อย แต่สนุกครับ หลังจากที่เดิมกำลังวางโปรเจคใหม่ในฐานะ แฟนพันธุ์แท้ พาเที่ยว “ตะลอนตามรอยการ์ตูน” และกำลังอยู่ในช่วงการเก็บข้อมูลลงพื้นที่

ผู้ใหญ่ทางสิงห์ ได้ทราบข่าว และได้ตกลงให้การสนับสนุนโครงการนี้ให้เกิดขึ้นจริง และนำไปสู่ช่วงของการทำ Feasibility Study ให้เป็นจริงขึ้นมา

นอกจากนั้นเพื่อให้เกิดประโยชน์มากขึ้น ทางสิงห์ได้แนะให้ ผมถือโอกาสทดลองเดินทางในวันแรกที่เปิดการเข้าญี่ปุ่นแบบไม่ต้องขอ วีซ่า japan no visa เพื่อเก็บเรื่องราวที่น่าจะเป็นประโยชน์มาฝาก แฟนๆ ที่รักญี่ปุ่นได้เตรียมตัวให้พร้อม ให้ถูกต้องก่อนไปด้วย อันนี้ผมว่าดีมากเลย ตอบตกลงเพราะไหนๆจะไปอยู่แล้ว ก็ทำให้ได้ประโยชน์กับคนอื่นด้วย

ขอขอบคุณทาง สิงห์ สปอนเซอร์ใจดีที่สนับสนุนให้ทดลองเดินทางเพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์ japan no visa มาบอกเล่าเพื่อนๆที่กำลังจะคิดเตรียมตัวไปญี่ปุ่นในรูปแบบใหม่ตั้งแต่วันที่ 1 กค.นี้นะครับ

ภาพบันทึกการซื้อตั๋ว วันที่ 30 มิย. 2013 ก่อนออกเดินทางเช้าวันจันทร์ที่ 1 กค. ภายใต้สมมุติฐานว่า ถ้าเราจะเดินทางแบบปุบบับไปญี่ปุ่น แบบ japan no visa ใน 24 ชม. จะเป็นไปได้ไหม

1004046_10201461586920851_303517187_n

ที่จริงก็ใจตุ้มๆ ต่อมๆ เหมือนกันครับ ระหว่างอยู่บนเครื่องก่อนถึงญี่ปุ่นก็ได้เจอคนไทยหลายคน ส่วนมากถึงแม้จะเปิดให้ไม่ต้องขอวีซ่ามาได้แล้ว แต่ทุกคนเลือกทำวีซ่าก่อนมาเพื่อความชัวร์เนื่องจากเป็นวันแรก และไม่อยากผิดพลาดไม่ต้องเดินทางกลับ เจอแต่ละคนแล้วก็รู้สึกว่าอาจไม่น่าง่าย

000

ก่อนมาเมื่อวานก็ทำการบ้านทำแผนการเดินทาง และจองที่พักไว้ให้เรียบร้อย เผื่อทาง ตม.สอบถามจะได้ดูดีมีหลักการ แต่เอาเข้าจริงแล้วให้ความรู้สึกเหมือนเราไปเที่ยวเชียงใหม่ หรือภูเก็ตเลย เพราะผ่าน ตม.ชิวมากๆ ผ่าน ตม.ฉลุยแบบไม่ได้ใช้เอกสารที่เตรียมเพิ่มไว้เลย แบบว่าสะดวกราบรื่นจนตกใจครับ ตม.ที่นี่พร้อมรับกับคนไทยในวันแรกที่อนุญาตให้ไม่ต้องขอวีซ่ามากๆ แค่กรอกเอกสารที่ได้บนเครื่องตามปกติเท่านั้นเอง และก็รอคิวยื่นตามปกติครับ ญี่ปุ่นไปง่ายนิดเดียวแล้วตอนนี้ ดีที่ตัดสินออกเดินทางเที่ยวแรกของวันนี้เลย เพราะอยากเป็นคนไทยคนแรกที่ได้เข้าญี่ปุ่นแบบไม่ต้องขอวีซ่า (ฮา)

ขอขอบคุณ สปอนเซอร์ใจดีอย่าง สิงห์ ที่สนับสนุนทริปนี้นะครับ เคสตัวอย่างสดๆจากทริปนี้ น่าจะช่วยทำให้หลายๆ คนที่สนใจอยากเดินทางไปญี่ปุ่นโดยไม่ต้องขอวีซ่า มีความมั่นใจในการเดินทางมากขึ้น และขอย้ำนะครับเอกสารที่เตรียมสำหรับใช้ประกอบ ไม่ว่าจะต้องยื่นหรือไม่ก็ควรทำไว้ครับ เผื่อถ้าเกิดเขาถามถึงก็จะทำให้ราบรื่นง่ายขึ้น

วีซ่าประเภทนี้ใช้ได้ 15 วันนะครับ ถ้าวางแผนเที่ยวดีดี 15 วันนี่คุ้มมากๆ
แต่ถ้าอยากเที่ยวนานเกินกว่านี้ ยังต้องไปแบบเดิม คือ ยื่นเรื่องขอวีซ่าเหมือนเดิมครับ

มือใหม่ หัดไปครั้งแรก อาจงงๆหน่อยกับเอกสารกรอกที่แจกบนเครื่องก่อนลง 2 ใบ คือ ของ ตม. และ ศุลกากร อย่าลืมเตรียมตัว ผมแนบไกด์ไว้ให้แล้วด้านล่าง

ไปญี่ปุ่นไม่ต้องขอวีซ่าแล้วครับ สำหรับท่องเที่ยว 15 วัน

ไปญี่ปุ่นไม่ต้องขอวีซ่าแล้วครับ สำหรับท่องเที่ยว 15 วัน

สิ่งที่สำคัญคือ 4 ข้อนี้ครับ ที่ะทำให้ทุกท่านผ่านฉลุย ตม.ญี่ปุ่นเข้าไปเที่ยวได้อย่างบันเทิงเริงใจ
1. ตั๋วเครื่องบินกลับ โดยเฉพาะที่ระบุวันกลับชัดเจน
2. จำนวนเงินที่ถือและได้กรอกแจ้งในในเอกสาร ตม. มีความสมน้ำสมเนื้อกับจำนวนวันที่อยู่ (มีบัตรเครดิตสำรองไว้ก็ดี เผื่อโชว์ให้เห็นกรณี ตม.เห็นว่าว่าเงินน้อย แต่เรามีบัตรเครดิตเสริมน้ำหนัก)
3. ชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์อ้างอิงที่พักเรา ที่ชัดเจน ตรวจสอบได้ ยิ่งมีหลักฐานการจอง การจ่ายเงินยิ่งชัดเจนเป็นเรื่องเป็นราว
4. กำหนดการที่เราจะเดินทางในญี่ปุ่น ทำให้เขาเห็นการวางแผนการเดินทางที่ชัดเจน

ของ ผมแสดงแค่ 3 อย่างแรกครับ น่าจะชัดเจนพอแล้ว ตม.เลยไม่ขอ ข้อ 4

แต่สำหรับคนที่ไม่เคยมีประวัติเข้าญี่ปุ่นเลย 3 ข้อแรกสำคัญสุดครับ 3 ข้อแรกสำคัญสุดครับ
– ตั๋วเครื่องบินกลับ
– เงินที่ถือไปและได้กรอกแจ้งใน เอกสารผ่าน ศุลกากร.* ที่แจกให้กรอกบนเครื่องบินก่อนเข้าเมือง 5 วันเอาไปเกิน 2 หมื่นบาท(แลกแล้ว) ก็ฉลุยแล้วครับ
– หลักฐานการจองที่พัก รวมทั้งจดที่อยู่ เบอร์ของที่พัก อย่าลืมจดไว้ สำหรับไว้กรอกลงในเอกสารผ่าน ตม. ที่เค้าให้กรอกบนเครื่องก่อนลง

ไปญี่ปุ่นไม่ต้องขอวีซ่าแล้วครับ สำหรับท่องเที่ยว 15 วัน

ไปญี่ปุ่นไม่ต้องขอวีซ่าแล้วครับ สำหรับท่องเที่ยว 15 วัน

ไปญี่ปุ่นไม่ต้องขอวีซ่าแล้วครับ สำหรับท่องเที่ยว 15 วัน

ไปญี่ปุ่นไม่ต้องขอวีซ่าแล้วครับ สำหรับท่องเที่ยว 15 วัน

ไปญี่ปุ่นไม่ต้องขอวีซ่าแล้วครับ สำหรับท่องเที่ยว 15 วัน

ไปญี่ปุ่นไม่ต้องขอวีซ่าแล้วครับ สำหรับท่องเที่ยว 15 วัน

ข้อ 4 ยังแนะนำให้ทำอยู่ ในกรณีที่ 2 หรือ 3 เผื่อ ตม.ดูแล้ว ตม.อยากถามรายละเอียดเพิ่มเติม เอกสาร ข้อ 4 จะช่วยให้คุณตอบคำถามเค้าได้ทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาที่หน้า ตม. นานมาก

เอาเข้าจริงส่วนมากผ่านฉลุย ชิวๆครับ มั่นใจได้เลย ว่าทาง ตม.สนองตอบนโยบายนี้ที่ออกมาได้อย่างน่าประทับใจ

และทั้งหมดนี้คือประสบการณ์ หนึ่งในคนไทยกลุ่มแรกที่เดินทางเข้าญี่ปุ่นแบบไม่ขอวีซ่า ในวันที่ 1 กค. ซึ่งเป็นวันแรกที่เปิดให้คนไทยเดินทางเข้าประเทศด้วยวิธีนี้ได้ โดย TG 676 ของการบินไทย ไปญี่ปุ่น เที่ยวแรกตอนเช้า 7.35 น.และได้เดินทางเข้าญี่ปุ่นเรียบร้อยแล้วด้วยความสะดวกและประทับใจมากๆ

รายงานสดจาก อิเคบุคุโร่ ประเทศญี่ปุ่น ค่ำวันที่ 1 กค. และหวังว่าข้อมูลนี้จะได้แชร์เป็นประโยชน์กับนักเดินทางที่รักญี่ปุ่นทุกท่านครับ

IMG_1056

เพิ่มเติมภาพ ให้คนที่คิดจะเดินทางอุ่นใจครับ

คนไทยเที่ยวญี่ปุ่นไม่ต้องมีวีซ่าได้แล้ว

คนไทยเที่ยวญี่ปุ่นไม่ต้องมีวีซ่าได้แล้ว

ตอนนี้ ผมเดินทางมาถึงที่ญี่ปุ่น และเข้าประเทศเรียบร้อยแล้ว ในโจทย์การเดินทางที่หลายๆคนน่าจะกำลังอยากทราบ และจะได้เตรียมตัวเตรียมพร้อมก่อนไป รอติดตามอ่านประสบการณ์การเดินทางและการเตรียมตัวเดินทางในรูปแบบใหม่ครับ มาถึงปุ๊บเขียนเลย..55

คนไทยเที่ยวญี่ปุ่นไม่ต้องมีวีซ่าได้แล้ว

คนไทยเที่ยวญี่ปุ่นไม่ต้องมีวีซ่าได้แล้ว

10 Jul

วันนี้เอาเกร็ดน่ารู้เชิงวิทยาศาสตร์มาฝากกัน หลังจากมีกระแสความสับสนเรื่องข้าวเกิดขึ้น เรื่องข้าวปนเปื้อนเมทิลโบรไมด์ ที่ฟังดูอลังการน่ากลัว มาสู่ข้อมูลน่ารู้กันบ้างครับ เอาเป็นความรู้บ้านๆ จากผมที่แชร์กันในฐานะคนใกล้ข้าว และเคยเรียนเคมีมาบ้าง แชร์เพื่อนๆ อ่านกันให้พอมีความรู้ ระหว่างช่วงเวลากระแสข้าวที่สับสนตอนนี้ครับ

ข้าวปนเปื้อนเมทิลโบรไมด์ ทำยังไง

ข้าวปนเปื้อนเมทิลโบรไมด์ ทำยังไง

ข้อเท็จจริงเรื่องนึง คือ เมทิลโบรไมด์ นี่ทีจริงแล้วเป็นสารเคมีที่นำมาใช้ในการรมควันผลิตผลทางการเกษตรทั่วโลก โดยปริมาณการใช้ตามที่ต่างๆ ในโลกตามข้อมูล NaBr, Science Lab Material Safety Data Sheet (MSDS) – 2012 คือ USA 43% EU 24% Asia 24%

สารชนิดนี้ใช้ในการรมผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรทั่วโลกมานานกว่า 95 ปีแล้ว ไม่ใช่สารใหม่ที่เพิ่งนำมาใช้ หรือโลกเพิ่งรู้จักและบ้านเราดันสุ่มสี่สุ่มห้าเอามาใช้แต่อย่างใดครับ เหตุผลที่นำมาใช้เพราะเมทิลโบรไมด์มีจุดเดือดต่ำ ที่ 3.54 oC หลังจากเอามารมควัน พวกมอด แมลง ตาย เมทิลโบรไมด์ก็ระเหิดไป เพราะตามปกติเมทิลโบรไมด์มีสภาวะเป็นก๊าซ เจออุณหภูมิสูงแบบบ้านเราในที่อากาศโปร่ง ก็จะระเหิดไป (ลองนึกนึกถึงลูกเหม็นที่ใช้ตามบ้าน ที่มันระเหิดไปตามเวลา) เพราะฉะนั้นถ้ารมควันเสร็จแล้วปล่อยให้ระเหิดไปตามกำหนดเวลาก็จะเป็นเรื่องปกติ พอพบว่ามีมอดแมลงอีก ก็ค่อยรมควันกันใหม่เป็นคราวๆไป (ที่ต้องเอารมใหม่เพราะสารมันระเหิดไปหมดแล้ว มอดแมลงก็มาใหม่ได้ ก็จะต้องรมควันกันเป็นคราวๆไป)

คุณสมบัติเรื่องนี้ถือเป็นจุดเด่น ที่ทำให้ทั่วโลกเลือกใช้เมทิลโบรไมด์เป็นสารรมควัน (fumigant)
สำหรับผลิตผลทางการเกษตร มาเกือบร้อยปี (ตอนนี้มีฟอสฟีนอีกตัว ที่กำลังจะเปลี่ยนไปใช้ เพราะ methyl bromide มีผลต่อโอโซน)

ความเป็นสารพิษนั้นที่ต้องระวังกันจริงๆ คือ ผู็ที่เก็บสารนี้ และผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการรมควัน เพราะต้องนำเมทิลโบรไมด์มาใช้ในสภาพแวดล้อมปิด ซึ่งมีความเข้มข้นของเมทิลโบรไมด์สูงในระดับอันตราย ส่วนการตกค้างที่เกิดขึ้นได้ คือ ถ้ารมควันเสร็จแล้วรีบเก็บบรรจุในสภาวะปิด เช่น ในถุงพลาสติก แทนที่จะรอให้ระยะเวลาผ่านไปตามที่กำหนด
จัดการชีวิตอย่างไรท่ามกลางเมทิลโบรไมด์โฟเบีย

เครดิตภาพคุณ Tom Quick

ทีนี้มาว่ากันในประเด็นเรื่องที่เกิดมี เมทิลโบรไมด์ตกค้างในข้าว เราจะทำไง มันอันตรายมากไหม ถึงชีวิตไหม เปิดถุงมาเราจะตายไหม หรือเอามาหุงข้าวแล้วจะฆาตกรรมหมู่ครอบครัวไหม เปิดมาแล้วทำไมเหม็น

เหตุผลที่เหม็น เหตุผล ข้อแรก ก็น่าจะเป็นการใช้ฟอสฟีน (Phosphine, H3P) เพราะกลิ่นฟอสฟีนคล้ายกลิ่นปลาเน่า ส่วนเมทิลโบรไมด์ ปกติไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ถ้าไม่ใช่เพราะเกิดปัจจัยไม่บริสุทธิ์จนมีกลิ่น ก็คงจงใจให้มีกลิ่น (อาจจะเป็นเหตุผลแบบเดียวกับการใช้เตาแกสในบ้านเรา คือ พวกนี้จริงๆไม่มีสี ไม่มีกลิ่นมากพอที่จะทำให้คนที่ใช้สารตัวนี้ทันรู้ตัวว่ามีสารเมทิลโบรไมด์ อยู่ ก็เป็นกฏหมายบังคับให้ใส่กลิ่นให้รู้ตัวทันท่วงที โดยเฉพาะคนที่ทำหน้าที่รมควัน ถ้าไม่มีกลิ่นเป็นที่สังเกตให้ทันรู้ตัวโดยไว้ มีโอกาสที่จะพลาดได้รับสารเมทิลโบรไมด์ โดยไม่ทันตั้งตัว)

ดังนั้นสรุปข้อสังเกตง่ายๆ ข้อแรก คือ เรื่องกลิ่น เพราะกลิ่นสารตกค้างมันต่างจากกลิ่นข้าวปกติ กลิ่นนี้เป็นตัวสังเกตง่ายๆตัวแรก และถ้ามันตกค้างในถงที่บรรจุข้าวออกไปไหนไม่ได้ เราก็จะได้กลิ่น และรู้ว่ามันมีเมทิลโบรไมด์ มีฟอสฟีน อยู่นะ อย่าเพิ่งกิน อย่าเพิ่งใช้ จัดการมันให้เสร็จก่อน

แล้วกินได้ไหม ถ้าเอามากินใส่ปากเลยตอนนั้นก็คงกินไม่ได้ละครับ แต่ว่าปกติแล้วก่อนกิน ถ้าเรารู้คุณสมบัติหลักของสารเมทิลโบรไมด์ และฟอสฟีน ที่มันระเหิดง่าย ก็แค่เอาข้าวมาเกลี่ยตากแดดจัดๆ ให้มันระเหิด ถ้ามีเวลา หรือจะเปิดถุงข้าวมาใส่กาละมัง หรือถาดในที่อากาศโปร่งถ่ายเทสะดวกในอุณหภูมิห้อง พัดลมเป่าๆ ทิ้งไว้สักหน่อยให้มันระเหิด ในที่อากาศโปร่งถ่ายเทนอกบ้าน  ก่อนจะทานข้าวก็ค่อยเอาข้าวมาแช่น้ำแล้วซาวน้ำทิ้ง  เมทิลโบรไมด์ ก็จะละลายตามน้ำไปแล้ว

สารเคมี ถ้าเรารู้จักคุณสมบัติของมัน และวิธีแก้ มันก็คือการใช้อย่างมีความรู้ การมีความรู้ในการจัดการข้าวที่ถูกต้องก็เป็นเรื่องสำคัญของปากท้องของเราและครอบครัว

สรุปง่ายๆ ว่า เมทิลโบรไมด์ จัดการได้ถ้ามีความรู้ในการจัดการ ต่อให้มันตกค้างมาจากในถุงจากโรงสีเราพอจะจัดการได้ในระดับที่เราเอามาทานได้ปลอดภัยสำหรับเราและครอบครัว ไม่ใช่อยู่กับความไม่รู้ และความกลัวสารเคมี กลายเป็น เมทิลโบรไมด์โฟเบีย ซึ่งอาจจะต้องกำจัดเมทิลโบรไมด์ทั้งประเทศออกไปเพื่อจะได้หายจากความกลัว ซึ่งตามข้อเท็จจริงแล้วมันเป็นไปไม่ได้ นอกจากว่าเราจะทำให้เรามีความรู้ในการรับมือกับเมทิลโบรไมด์ และจัดการมันได้ในฐานะที่มีความรู้ในการจัดการที่ถูกต้อง

ปล.1 แทคติกง่ายๆ ครับ ตรวจง่ายทำได้เองทุกคน อันดับแรก คือ กลิ่น เปิดถุงมาถ้าได้กลิ่น (ก็อย่าถึงขนาดเอาจมูกไปซูกถุงสูดกลิ่นนะครับ อันนั้นก็ไม่ควร เปิดแล้วพอมีกลิ่นออกมากก็พอรู้แล้วนะ)
#ถึงขั้นตอนนี้ ใครคาใจอยากเอาแบบชัวร์ละเอียดว่ามันมีค่ามากน้อยเท่าไหร่ก็มีขั้นตอนวิทยาศาสตร์ ก็ส่งทดสอบเถอะครับ 

หลักการจัดการต่อมาง่ายๆ ก็จัดการให้เมทิลโบรไมด์ มันระเหิดไปซะ ถ้าจัดการให้มันระเหิดไปได้หมด ไม่มีกลิ่น แล้วก็ค่อยเอามาใช้บริโภค ถ้ากลัวมาก ควรเอาไปเกลี่ยๆ ตากแดด แดดจัดๆ สัก ชม.ในที่โปร่ง เมทิลโบรไมด์ ที่มีจุดเดือดแค่ 3.54 C มันจะซึมซับในอณูไหนไม่ระเหิดไปในสภาวะที่อุณหภูมิสูงกว่าจุดระเหิดในระยะเวลาที่กำหนด ก็แปลว่ามันไม่ใช่เมทิลโบรไมด์ แล้วล่ะ (อันนั้นไว่ค่อยยกประเด็นกันต่อนะครับ..)

ปล. 2 จากข่าวการตรวจสอบของ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค สุ่มตรวจข้าวถุง 46 ยี่ห้อ ในจำนวนนี้ 12 ยี่ห้อไร้สารตกค้าง ส่วนอีก 34 ยี่ห้อพบสารเมทิลโบรไมด์ ระหว่าง 0.9-67.4 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม

สรุปว่าจากการตรวจสอบของ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค  ที่เป็นกลาง  มี 1 ยี่ห้อ ที่พบการปนเปื้อนสูงถึง 67.4 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม เกินกว่าเกณฑ์มาตรฐานอาหารระหว่างประเทศ พูดกันตรงๆ ง่ายๆ ว่ามีที่ไม่ได้ทำตามขั้นตอนทั้งหมดก่อนจัดส่ง มีการรมควันสารเมทิลโบรไมด์หลังจากบรรจุถุงแล้ว และไม่ได้ปล่อยให้สารในถุงระเหยจนค่า ppm ต่ำ ก่อนจัดส่งไปจุดจำหน่าย ซึ่งยี่ห้อนั้นก็เป็นที่รู้จักกันดีแล้ว ที่จริงก็น่าจะชัดเจนในระดับหนึ่ง บริษัทไหนทำตัวแย่ มักง่ายก็ว่ากันไปตามเนื้อผ้า ทาง อย.สุ่มตรวจเจอเกินก็จัดการไปตามเนื้อผ้า ส่วนเราก็อย่าตื่นตระหนกเป็น Methyl Bromide Phobia เมทิลโบรไมด์โฟเบีย โดยปราศจากความรู้กันเลยครับ

ปล.ใครมีความรู้ขยายความเพิ่มเติม หรือต้องการให้ข้อมูลเพิ่มเติมก็บอกได้นะครับ ขอให้เป็นข้อมูลที่ถูกต้อง เป็นประโยชน์กับส่วนรวม ร่วมด้วยช่วยกันทำความเข้าใจกัน