03 Oct

วางแผนเที่ยวคันไซ กับตั๋วรถไฟเหมา Kansai Area Pass : ตะลอนตามรอยการ์ตูน

singha logo

ขออขอบคุณผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการ

ใครวางแผนเที่ยวเฉพาะคันไซ ที่จริงซื้อตั๋วแบบนี้ก็ถูกดีนะครับ ใช้คุ้มด้วย เพราะในโซนพื้นที่เดียวกันเดินทางได้มากกว่า เก็บรายละเอียดได้มากกว่า ผมเอง ตะลอนตามรอยการ์ตูน ในโซนนี้ก็เลือกใช้เหมือนกัน ไป 2 อาทิตย์ ใช้แบบในพื่นที่คันไซไปก่อน แล้วค่อยเก็บตั๋ว JR PASS ไว้ใช้ต่อใน 7 วันข้างหน้า ในช่วงที่เหมาะ ๆ รอบนี้ได้สิงห์สปอนเซอร์ใจดี ช่วยสนับสนุน ก็เลยทำให้ค่อนข้างคล่องตัว วางแผนได้ค่อนข้างยืดหยุ่นจากเดิมได้ลงตัวมากขึ้น

JR West Rail Pass Kansai area pass

JR West Rail Pass Kansai area pass

แบบที่ 1 Icoca & Haruka ได้ขึ้น Haruka แต่ส่วนตัวผมเฉยๆนะ ถ้าใช้แบบที่ 1 ผมเลือกแบบที่ 2 Kansai area pass แบบ 1 วัน ไปได้ทั่วกว่าและคุ้มกว่า ใน 1 วัน พักโอซาก้า ไปเที่ยวนารา กับเกียวโตตั้งแต่เช้า แล้วแว่บไปกินเนื้อโกเบยามเย็นได้ด้วย (ปราสาทฮิเมจิเฉยๆ ดูเบื่อแล้ว)

แต่ถ้าคิดจะเที่ยวโซนนี้จริงๆ ในแบบที่ 2 และมีเวลาเที่ยวสัก 3 วัน ผมจะแนะนำแบบที่ 2 Kansai area pass แบบ 3 วัน

Kansai area pass

Kansai area pass

วันแรกเที่ยวเกียวโตเต็ม ๆ 1 วัน ไปเช่าจักรยานปั่นเที่ยวให้ทั่วเกียวโต ใน 1 วัน สนุกสุดๆ

Manga Museum, Kyoto

Manga Museum, Kyoto

วันถัดไปเที่ยวเบาๆ ไป Manga Museum มังงะมิวเซียม เดินสบายๆ  แล้วแวะไปนาราชิวๆ

Tetsuka Osamu Museum, Takarasuka

Tetsuka Ozamu Museum, Takarasuka

หรือไปทางเมืองทาการาซึกะ ชมพิพิธภัณฑ์ Tetsuka Ozamu เทตสึกะโอซามุ สักครึ่งวัน

Tetsujin, Kobe

Tetsujin, Kobe

วันที่ 3 ไปฮิเมจิแล้วขากลับแวะทานเนื้อโกเบ และแวะเยี่ยมหุ่นเหล็กหมายเลข 28 ก็คุ้มมากๆ
ทั้งหมดนี้งบเดินทาง 5000 เยน

แบบที่ 3 Kansai Wide Area Pass นี่ก็คุ้มมาก 7000 เยน ใน 4 วัน แต่ต้องวางแผนดีดี เป็าหมายของตั๋วอันนี้ คือเมือง Tsuruga ไปตามรอย อ. Leiji Matsumoto ทั้ง 3 เรื่อง ตั้งแต่ยามาโต้ Galaxy express 999 และกัปตันฮาร์ลอค

Leiji Matsumoto Symbol Road Tsuruga, Japan

Leiji Matsumoto Symbol Road Tsuruga, Japan

ก่อนที่จะไป วากายาม่า ไปนั่ง TAMA DENSHA ขบวนรถไฟทามะจังโคตรน่ารัก (เยี่ยม น้องแมวทามะ นายสถานีประจำสถานี Kishi )  ไปซัดซาซิมิทะเลสดๆ แล้วไปเดินเล่นริมหาดดูสาวๆ (อันนี้อยู่ที่ฤดูนะ..55 อ้อ ฤดูไบไม้ผลิ ที่นี่ มีสตอเบอร์รี่อร่อยอีกต่างหาก โอย) อันนี้ไว้รอดูรีวิวเฉพาะคราวหน้า รอบนี้ตั้งใจไปแต่ติดพายุไต้ฝุ่นมานยี่ซะก่อน

OMomotaro, kayama

OMomotaro, kayama

แล้วไปเดินเล่นที่ โอคายาม่า ที่นี่เป็นแนวเมืองเก่ากับพิพิธภัณฑ์ซะเยอะ (มีแคนดี้มิวเซียมด้วยนะ คนที่ชอบการ์ตูนเรื่องนี้คงชอบ) มาเมืองนี้ต้อง 2 วันและเดินเที่ยว 2 วันก็ยังไม่หมดดี แล้วค่อยนั่งกลับไปโอซาก้า พักผ่อน ซื้อของ ชอปก่อนกลับ

JR West Rail Pass Kansai area pass

JR West Rail Pass Kansai area pass

แบบที่ 4 Sanyo Area Pass เที่ยวได้ โอซาก้า เกียวโต โกเบ นารา ฮิเมจิ โอกายาม่า ไปถึงฮิโรชิม่า ยามากูจิ ยาวไปฮากาตะ 4 วัน 2 หมื่นเยน 8 วัน 3 หมื่นเยน  (แผนนี้รอก่อน อิอิ)

แบบที่ 5 Sanyo Shikoku Northtern Kyushu ver. เพิ่มชิโกกุ โออิตะ นางาซากิ ไปถึงคุมาโมโต้ อันนี้ก็คุ้ม เพราะแว่บไปนางาซากิ ไปดูเรือวันพีซ แล้วย้อนไปเที่ยวออนเซนแถบโออิตะ ยูเฟอิน เบปปุ ได้ด้วย จะเลยไปกินไก่ยักษ์ กับเนื้อม้าที่คุมาโมโต้ก็ยังไหว (แผนนี้จัดแน่ๆ เพราะมีเรื่องราวการ์ตูนทางฝั่งนี้หลายเรื่องน่าตามรอย ในอนาคต)

แบบที่ 6 Sanyo Shikoku All Kyushu ver. นี่ ไปได้ถึง 12 ที่ เพิ่ม ชิโกุ โออิตะ คุมาโมโต้ นางาซากิ ไปจนถึงสุดปลายล่างเกาะอย่างคาโกชิม่า แค่ 25,000 เยน แต่ต้องวางแผนดีดีเพราะใช้ได้ 5 วัน (แผนนี้ขอคิดก่อน)

เป็นผมไปสัก 10 วัน ซื้อแบบที่ 4 จำนวน 8 วัน เที่ยวที่ละวันยังได้เลย 2 วันหลังไม่นับเพราะคงเที่ยวซื้อของก่อนกลับไม่ได้ออกไปไหนไกลแล้ว ส่วนตัวเที่ยว 10 วันกำลังดี

อีกรอบค่อยซื้อแบบที่ 6 แล้วกวาดทุกจังหวัดทางเกาะใต้ให้เรียบ ใน 5 วัน คงจะมันไม่น้อย

เพื่อนดูแล้วก็ลองวางแผนกันดูครับ เลือกเส้นทางดีใช้ตั๋วคุ้ม สนุกในงบเดินทางกำลังดี ที่พักก็เลือกตามใจชอบจะแนวแบคแพค หรือเอาสบายขึ้นมาหน่อย หรือจะหรูหราสบายขนาดไหน เลือกได้ตามใจชอบเลยครับ

เดี่ยวมาติดตามอ่านตะลอนตามรอยการ์ตูนแต่ละที่อย่างละเอียดกันต่อนะครับ ขอปิดท้ายด้วยการขอกล่าวขอบคุณ สปอนเซอร์ใจดี อย่าง Singha Corporation ที่ช่วยสนับสนุนให้เกิดทริปนี้ด้วยครับ

01 Oct

เที่ยวญี่ปุ่น สัมผัสยามค่ำคืน แนะนำ ร้าน Uomaru ย่าน Yurakucho โตเกียว เปิด 24 ชม. ครับ

Uomaru Honten

2-1-11_Yurakucho | International Arcade, ชิโยดะ, จังหวัดโตเกียว 100-0006, ญี่ปุ่น

ตอนนี้หลายคนคงเคยเห็นรีวิวร้านนี้ ในพันทิปมาแล้ว ยอดแชร์ตอนนี้ หมื่นกว่าเข้าไปแล้วครับ คนโพสคือพี่ที่รู้จักกันดีนี่เอง ใกล้ๆตัว แบบว่าสุดยอดมาก ผมไม่เคยเห็นคนแชร์เป็นหมื่นขนาดนี้บ่อยๆ เลยยุให้พี่เค้าเขียนบลอก ใครสนใจเตรียมไปรออ่านได้เลย

Uomaru Yurakucho

Uomaru Yurakuch8iy[o

http://pantip.com/topic/30813092/comment169

Uomaru Yurakucho

Uomaru Yurakucho เครดิตภาพ NiceiNK

ฮอตกันขนาดนี้ เลยมีแต่คนถามมาว่าร้านนี้อยู่ที่ไหน ชื่อร้านอะไร

งานนี้จัดไปครับ เพราะร้านนี้รู้จักดี ชื่อร้าน Uomaru เผอิญว่าร้านนี้เป็นร้านแนว izakaya ที่ไปนั่งบ่อย ไปเจอตั้งแต่เมื่อปีที่ไปเที่ยวกับก๊วนอาซาฮีกันแล้วก็เลยกลายเป็นร้านประจำครับ และ Memory Check point ของก๊วนทุกคนที่ได้ไป คนที่ร้าน nice ทุกคน ประทับใจขนาดกลับมาเปิดเพจ กินเที่ยวญี่ปุ่น ขนาดนี้เลย

Uomaru Yurakucho

Uomaru Yurakucho

ร้านนี้ตั้งอยู่ใกล้ๆ สถานียูรักโช Yurakucho ออกจากสถานี Yurakucho เดินย้อนมาทางสถานีชิมบาชิ Shimbashi เจอร้านใต้สะพานรถไฟสะพานแรกเลย ร้านที่ 2 ถัดจากร้านซูชิ จะเห็นป้ายร้าน Uomaru ภาษาญี่ปุ่น แนะนำว่าไปดึกๆ คนน้อยดีที่สุดเพราะจะมีโอกาสได้ถ่ายรูป ช่วงเวลาหัวค่ำคนเยอะๆ เค้าจะไม่ค่อยให้ถ่าย เนื่องจากรบกวนลูกค้าท่านอื่นครับ คือกลัวรบกวนความเป็นส่วนตัวของโต๊ะอื่นๆ แต่ถ้าสำหรับคนในร้าน ถ้าขออนุญาตแล้ว ถึงไหนถึงกัน สู้กล้องกันทุกคนครับ น้อยร้านที่จะเป็นแบบนี้จริงๆ

ร้านอุโอมารู ยูระกุโช

ร้านอุโอมารู ยูระกุโช

จุดเด่นของร้าน Uomaru คือมีเด็กหนุ่มเด็กสาวมาทำงานพิเศษค่อนข้างเยอะมาก แล้วก็อาหารอร่อย เปิด 24 ชม. เมาไม่ไล่ ทานได้เรื่อยๆ หลับก็นอนฟุบไป รอเพื่อนฝูงหามกลับได้ (ฮา)

Uomaru Yurakucho

Uomaru Yurakucho

IMG_1738 IMG_1698

ล่าสุดก็ไปเฮฮาที่ร้านนี้จนลืมไอพอดด้วยครับ ตื่นเช้ามา แวะไปถามที่ร้านตอนเย็น เค้าก็เก็บไว้ให้ พูดง่ายๆว่าเป็นร้านที่พักผ่อนได้เต็มที่ และเมาได้อย่างวางใจจริงๆครับ

Uomaru Yurakucho

คนกลางเจ้าของร้าน Uomaru คนขวาเด็กเสิร์ฟที่เป็นคนที่เก็บไอพอดไว้ให้ครับ

เวลาเราไปเที่ยวญี่ปุ่นแล้วอยากเที่ยวญี่ปุ่นกลางคืน สัมผัส ชีวิตยามค่ำคืน นั่งเมาท์ ดริงค์ เฮฮาพักผ่อนกันเบาๆ มันก็ได้บรรยากาศหนึงนะครับ Uomaru ร้านนี้เป็นร้านนึงที่แนะนำ จากประสบการณ์ตรงเลยครับ

แถมท้ายด้วยรายละเอียดเมนูคร่าวๆส่วนนึงของ Uomaru Honten , Yurakucho ครับ

Uomaru Honten , Yurakucho

Uomaru Honten , Yurakucho

20 Jul

แชร์ประสบการณ์ Narita Express (NEX) จากสนามบินเข้าโตเกียว อิเคบุคุโระ

ปัจจุบันจากสนามบิน นาริตะ เรามีเส้นทางเข้าเมืองให้เลือกค่อนข้างเยอะนะครับตอนนี้ ใครที่จองที่พักโรงแรมหลักๆ ที่ Airport Limousine Bus ผ่าน สะดวกมาก เพราะเส้นทางรถมีไปส่งถึงหน้าโรงแรมเลย

แต่รอบนี้ไปเซอร์เวย์ เส้นทาง ตะลอนตามรอยการ์ตูน ครับ จุดหมายแรกคือไปที่  Tokiwa So และ Nerima ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของประวัติศาสตร์การ์ตูนยุคของ นักเขียนเลือดใหม่ ในยุค 1954 ซึ่งประกอบไปด้วยนักเขียนในตำนาน อย่าง Testsuka Osamu ,Fujio Fujiko ,Ishinomori Shotaro ฯลฯ

ผมดูจากจุดที่เดินทางจะต้องเดินสำรวจในละแวก เมืองเนริมะ และโทกิวะ โซ ซึ่งเป็นพื้นที่แรกที่จะเริ่มต้นเก็บข้อมูลแล้ว จุดที่พักที่สะดวกน่าจะเป็นที่ โทชิม่า อิเคบุคุโระ ก็เลยเลือกพักที่ Sakura Hotel ที่ Ikebukuro ครับ (ที่นี่เข้าออกได้ตลอด 24 ชม.) และวันที่ 1 กค. โโยสายการบินไทย เที่ยวเช้ามาถึงบ่าย กว่าจะออกมา ถ่ายเก็บข้อมูล ผ่าน ตม.ออกมา ในทรปเข้าเมืองไม่ใช้วีซ่า ก็เย็นแล้ว ถ้าไม่รีบเข้าเมืองก็จะอดเดินเที่ยวคืนแรก ก็เลยตัดสินใจเลือก Narita Express (NEX) จากสนามบินเข้า สถานีอิเคบุคุโระ โดยตรง ต่อเดียวถึง (ไม่ยุ่งยากต่อรถ) ออกจากสถานีก็เดินเข้าโรงแรมได้เลย

Narita Express

เส้นทางสีแดง คือ Narita Express ครับ

นาริตะเอ็กเพรส (NEX) ในช่วงค่ำ ๆ ยังมีแยกขบวนอีกที วิ่งไปสุดทางแถว ทาคะโอะ หรือ โอมิยะ ด้วยนะครับ (สังเกตที่เส้นสีแดงในภาพแรก จะมีเส้นแยกอันเล็กๆ) อันนี้คือข้อดี ของการเดินทางของ Narita Express (NEX) ที่รองรับการไปสุดทางหลายจุด เวลาเราซื้อตั๋ว พนง.เค้าจัดให้เรียบร้อยแล้วนะครับ อย่าไปอยู่ผิดตู้แล้วกัน (ฮา) อย่างผม ได้ตั๋วที่ตู้ 11 แต่แอบไปถ่ายที่ตู้ 12 ก่อนเพราะตู้ 12 ว่างมากไม่มีคน แล้วค่อยกลับมานั่งที่ ตู้ 11 ครับ 555

กลับมาที่ราคาตั๋ว นาริตะเอ็กเพรส (NEX) นี่ ราวสามพันกว่าเยนครับ ถ้าดุ่ย ๆ ไปซื้อที่เคาเตอร์เลยไม่ได้ซื้อ JR Pass (ได้นั่งฟรี) หรือไม่ได้ซื้อตั๋ว N’EX Package ก็ต้องควักจ่ายกันขั้นต่ำที่ 3,110 เยน แต่ข้อดีสำหรับผมคือใช้เวลานั่งไม่นานประมาณชั่วโมงนึงก็ถึงแล้ว ต่อเดียวถึง และได้มีเวลาเดินเที่ยวยามค่ำแถมอีกหน่อย

000IMG_1022

จากจุดที่เราซื้อตั๋ว จากสนามบิน เราเดินลงไปที่สถานีรถไฟฟ้า JR อยู่ฝั่งขวามือ ลงไปสาย  สาย นาริตะเอ็กเพรส (NEX) ก็จะอยู่ทางขวามือครับ

ลงไปจากสนามบิน ถึงสถานีด้านล่าง สาย นาริตะเอ็กเพรส (NEX) อยู่ฝั่งซ้ายมือ

ลงไปจากสนามบิน ถึงสถานีด้านล่าง สาย นาริตะเอ็กเพรส (NEX) อยู่ฝั่งขวามือ

N’EX

N’EX มีที่นั่งให้เลือก 2 แบบ คือ ตู้ธรรมดา เบาะหุ้มผ้าดำขอบแดง กับ Green Car (ที่นั่งชั้น 1) เบาะหนังแท้สีดำ ครับ ราคาต่างกันอีกพันเยน ภาพนี้คือ ตู้ธธรรมดาครับ

N’EX มีที่นั่งให้เลือก 2 แบบ คือ ตู้ธรรมดา เบาะหุ้มผ้าดำขอบแดง กับ Green Car (ที่นั่งชั้น 1) เบาะหนังแท้สีดำ ครับ ราคาต่างกันอีกพันเยน

N’EX มีที่นั่งให้เลือก 2 แบบ คือ ตู้ธรรมดา เบาะหุ้มผ้าดำขอบแดง กับ Green Car (ที่นั่งชั้น 1) เบาะหนังแท้สีดำ ครับ ราคาต่างกันอีกพันเยน ภาพนี้คือ ตู้ Green Car ครับ ที่นั่งเบาะหนัง ต่างกันแค่นี้แหละ

จุดสังเกตที่น่าสนใจ และข้อดี

1. มีที่วางกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่ด้านท้ายโบกี้ พร้อมสายกุญแจตั้งลอครหัสตัวเลข คล้องเก็บกระเป๋าได้ พร้อมมีกล้องวงจรปิดไว้ตรงที่วางกระเป๋าเดินทางตรวจสอบและป้องกันมิจฉาชีพแอบมาเปิดกระเป๋าผู้โดยสาร

Narita Express

มีที่วางกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่ด้านท้ายโบกี้ พร้อมสายกุญแจตั้งลอครหัสตัวเลข คล้องเก็บกระเป๋าได้ พร้อมมีกล้องวงจรปิดไว้ตรงที่วางกระเป๋าเดินทางตรวจสอบและป้องกันมิจฉาชีพแอบมาเปิดกระเป๋าผู้โดยสาร

Narita Express

มีที่วางกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่ด้านท้ายโบกี้ พร้อมสายกุญแจตั้งลอครหัสตัวเลข คล้องเก็บกระเป๋าได้ พร้อมมีกล้องวงจรปิดไว้ตรงที่วางกระเป๋าเดินทางตรวจสอบและป้องกันมิจฉาชีพแอบมาเปิดกระเป๋าผู้โดยสาร

2. ใต้เบาะ มีพื้นที่ไว้ให้สามารถวางกระเป๋าได้สะดวกขึ้น เอาใบใหญ่ไปใส่ที่ลอคไว้ แล้วเอาใบเล็กมาไว้ใต้ที่นั่งสะดวก

 

N’EX มีที่นั่งให้เลือก 2 แบบ คือ ตู้ธรรมดา เบาะหุ้มผ้าดำขอบแดง กับ Green Car (ที่นั่งชั้น 1) เบาะหนังแท้สีดำ ครับ ราคาต่างกันอีกพันเยน

N’EX มีที่นั่งให้เลือก 2 แบบ คือ ตู้ธรรมดา เบาะหุ้มผ้าดำขอบแดง กับ Green Car (ที่นั่งชั้น 1) เบาะหนังแท้สีดำ ครับ ราคาต่างกันอีกพันเยน

3. ระยะห่างระหว่างเบาะแต่ละแถว 102 ซม. ในตู้ธรรมดา และ 116 ซม. สำหรับตู้ Green Cars (ตู้นั่งชั้น 1) ทำให้นั่งสบายขยับลุกนั่งสะดวก ไม่อึดอัด โดยเฉพาะคนตัวโตๆ 555

4. มีปลั๊กไฟให้เสียบชาร์ตอุปกรณ์ไฟฟ้าระหว่างการเดินทาง ข้างเบาะนั่ง (ไฟ 110 V ปลั๊กหัวแบน

naritaexpressIMG_5379-025

5. มีจอ LCD จอใหญ่ยักษ์อยู่บนเพดานห้องโดยสาร แสดงข้อมูลการเดินรถ 4 ภาษา ญี่ปุ่น อังกฤษ จีน เกาหลี พร้อมรายงานสภาวะอากาศ อและข้อมูลที่เป็นประโยชน์ + โฆษณา

naritaexpressIMG_5390-014

naritaexpressIMG_5380-009

6. ระบบช่วงล่างและระบบรองรับแรงสั่นสะเทือนระหว่างตู้โบกี้ วิ่งนิ่งเรียบไร้แรงสะเทือนรุนแรงรบกวน นิ่มนวลชวนนอน สบายเรียบนิ่งตลอดเส้นทาง พร้อมโครงสร้างภายในห้องโดยสารถูกออกแบบป้องกันเสียงรบกวนจนเงียบ(เกือบสนิท)

naritaexpressIMG_5382-010

สุดท้ายที่ประทับใจคงเป็นเรื่องของ การออกแบบปรับระดับความสูงของพื้นทางเดินตรงประตูรถเพิ่มอีก 5 ซม. ให้ใกล้เคียงกับความสูงของชานชลา คนพิการใช้รถเข็นสามารถขึ้นโบกี้ได้สะดวก แถมมีห้องน้ำสำหรับผู้พิการนั่งรถเข็นด้วย สุดยอดๆ

สุดท้ายที่ประทับใจคงเป็นเรื่องของ การออกแบบปรับระดับความสูงของพื้นทางเดินตรงประตูรถเพิ่มอีก 5 ซม. ให้ใกล้เคียงกับความสูงของชานชลา คนพิการใช้รถเข็นสามารถขึ้นโบกี้ได้สะดวก แถมมีห้องน้ำสำหรับผู้พิการนั่งรถเข็นด้วย สุดยอดๆ

สุดท้ายที่ประทับใจคงเป็นเรื่องของ การออกแบบปรับระดับความสูงของพื้นทางเดินตรงประตูรถเพิ่มอีก 5 ซม. ให้ใกล้เคียงกับความสูงของชานชลา คนพิการใช้รถเข็นสามารถขึ้นโบกี้ได้สะดวก แถมมีห้องน้ำสำหรับผู้พิการนั่งรถเข็นด้วย สุดยอดๆ

naritaexpressIMG_5396-034naritaexpressIMG_5372-019naritaexpressIMG_5370-021naritaexpressIMG_5368-006

naritaexpressIMG_5410-045

เกร็ดน่ารู้ที่สำคัญมากๆ สำหรับการซื้อ N’EX Package สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ

เราซื้อ N’EX Package ในราคา 3,500 เยน สำหรับตู้ปกติ และ 5,000 เยน สำหรับ Green Car
จะได้บัตรนั่ง N’EX เข้าเมือง 1 เที่ยว จากสนามบินไปลงสถานีไหนก็ได้ ตั้งแต่ โตเกียว ชินจุกุ ชิบุย่า หรือ อิเคะบุคุโระ และในราคานี้ เราจะได้แถมบัตร Suica มูลค่า 2,000 เยน มาให้ 1 ใบ

พิเศษกว่านั้นคือ N’EX Package แบบ 2 เที่ยว นั่งไป-กลับ ให้ด้วย ในราคาสุดคุ้มที่ 5,500 เยนสำหรับตู้ปกติ และ 8,000 เยน สำหรับตู้ Green Car ตกแล้วราคาค่าตั๋ว N’EX จากราคาปกติไปกลับร่วม 6 พันกว่านเยน จะเหลือแค่เที่ยวละ 1,750 เยนทุกเส้นทาง คุ้มสุดๆครับ

N’EX Package จะมีขายเฉพาะที่ Travel Service Center และ เคาเตอร์ขายตั๋วของ JR East ที่ชั้นใต้ดินของสถานีรถไฟของสนามบินนาริตะทั้ง 2 แห่งเท่านั้นนะครับ ไม่มีขายที่สถานีอื่น

Suica N'EX   Narita Express

http://www.jreast.co.jp/e/nex/suica_nex.html

ถึงอิเคบุคุโร่แล้ว ขอเอากระเป๋าไปเก็บ และเดินเที่ยว อิเคบุคุโระยามค่ำคืนก่อนนะครับ

naritaexpressIMG_5407-039 naritaexpressIMG_5408-043

naritaexpressIMG_5416-051

naritaexpressIMG_5415-050 naritaexpressIMG_5414-049 naritaexpressIMG_5413-048 naritaexpressIMG_5412-047

 
ที่พักของค่ำคืนนี้ครับ โรงแรม Sakura Hotel คืนนี้ ตามข้างล่างนี้


 

16 Jul

Keiji Salmon แซลมอนมายาในตำนาน ที่ HonMono

Keiji Salmon เคจิแซลมอน แซลมอนมายาในตำนาน

Keiji‬ salmon

Keiji‬ salmon มีรสชาติดีมีความพิเศษเฉพาะตัว + ความหาทานยากระดับแรร์ไอเทม ทำให้กลายเป็นปลาแซลมอนในตำนานที่หลายๆคนมีเงินก็ยังหาซื้อมาทานไม่ได้ง่ายๆ

ตะลอนกิน รอบนี้ แวะไปเยี่ยมเชฟบุญธรรม ถึง Honmono Sushi ไปติดตามเรื่อง เคจิแซลมอน หรือปลาแซลมอนมายา แซลมอนในตำนานที่แม้คนญี่ปุ่นเองใช่ว่าจะได้ทานทุกคน และนานๆ ทีจะจับได้ตัวนึงและหาทานได้ยากสุดๆ ระดับ 1 ในพัน หรือ 1 ในหมื่นตัวครับ รายละเอียดของเมจิกะ หรือ Keiji Salmon เคจิแซลมอน‬ อยู่ข้างล่างนี้ครับ เมจิกะ หรือ Keiji Salmon

เคจิแซลมอน

Keiji salmon

‪#‎เคจิแซลมอน‬ ‪#‎KeijiSalmon‬ นี่ว่ากันว่าเคี้ยวนานๆ จะมีกลิ่นหอมขึ้นมาจนรู้สึกสัมผัสได้ในเนื้อปลา และที่หาทานยากเพราะนานๆทีจะมีหลุดมา เป็นปลาแซลมอนวัยหนุ่มที่ว่ายตามฝูงใหญ่ที่จะไปผสมพันธ์กัน โดยเดินทางผ่านทะเลโอค็อตสค์ของรัสเซียที่อุดมสมบูรณ์ก่อนที่จะมาถึงและขึ้นฝั่งที่ญี่ปุ่น ณ ลำธารถิ่นเกิด

การที่ เมจิกะ หรือ Keiji Salmon เคจิแซลมอน‬ มีรสชาติดีมีความพิเศษเฉพาะตัว + ความหาทานยากระดับ Rare item ทำให้กลายเป็นปลาแซลมอนในตำนานที่หลายๆคนมีเงินก็ยังหาซื้อมาทานไม่ได้ง่ายๆ เพราะนิยมเอาไปเป็นของขวัญ ของฝากผู้ใหญ่ระดับพิเศษๆ มากๆ ความต้องการสูงแต่จำนวนที่จับได้มีน้อยมากๆ ในแต่ละปี จึงเรียกกันว่า #‎แซลมอนมายา‬ เมจิกะ หรือ Keiji Salmon เคจิแซลมอน‬ ในตำนาน ที่หลายคนเคยได้ยินชื่อ แต่ไม่เคยเห็นตัว ไม่เคยสัมผัส และไม่เคยได้ทานง่ายๆ

4Honmono_IMG_0832

ที่สำคัญ ปลา Keiji salmon แซลมอนแต่ละตัวจะมีใบรับรองจากทางญี่ปุ่น พร้อมกับรหัส พูดง่ายๆว่าปลาแซลมอนประเภทนี้ จะมีการจดทะเบียนเคจิแซลมอน พร้อมใบรับรองระบุรหัสทุกตัวตามลำดับครับ ส่วนราคา เคจิแซลมอน กิโลกรัมละ 15,600 บาท หนึ่งตัวหนักประมาณ1.3 – 1.6 กก.

ที่สำคัญคือไม่ใช่ว่าใครนึกจะสั่งก็สั่งได้ เพราะฉะนั้นการที่ทาง Honmono Sushi เอามาโชว์เที่ยวนี้ ทำให้ผมทึ่งมากๆในศักยภาพของ Connection ที่นี่

4Honmono_IMG_5180

บางคนไปถึงที่ญี่ปุ่น อยากกินยังไม่ได้กิน กลับกลายมาได้กิน แซลมอนในตำนาน กันที่เมืองไทย แหม่..ๆ ผมเลยขอร้องเชฟบุญธรรม ช่วยสั่งไว้อีกตัว ไว้เป็นรางวัลพิเศษในโอกาสพิเศษสำหรับสมาชิกเพจ ตะลอนกิน ไว้แล้วครับ ถ้าโชคดีได้มาเมื่อไหร่ มีปาร์ตี้ใหญ่แน่นอน

อย่างตัวนี้ คือรหัส 13323 ครับ ‪#‎ตะลอนกิน‬ ‪#‎Homono‬

ปล.1 ทริป ตะลอนกิน ทริปนี้ เชฟบุญธรรมให้เกียรติมาดูแลและต้อนรับด้วยตัวเองอย่างไม่ขาดตกบกพร่องแม้แต่น้อย ต้องขอกล่าวคำขอบคุณแรงๆ ด้วยความซาบซึ้งในมิตรภาพที่มอบให้กับทางตะลอนกินอย่างสุดซึ้งครับ

4Honmono_IMG_5173
ปล.2 ใครที่เคยอ่านการ์ตูนไอ้หนุ่มซูชิ น่าจะจำได้ว่าเคยมีเอาเรื่องนี้มาเล่า ในตอนนั้นเรียกว่า เมจิกะ เป็นการเล่นพ้องคำเรียกชื่อปลา และโยงเข้าหาเรื่องของปลาแซลมอนในตำนานชนิดนี้ครับ

ปล.3 ใครที่อยากเห็นสุดยอดปลาทูน่าที่ญี่ปุ่นเรียกว่า Hon-Maguro 本鮪 ที่ได้ชื่อว่าคือสุดยอดรสชาติความอร่อยที่สุดในหมู่ปลาทูน่าด้วยกัน และหายากมากๆ ในทะเลญี่ปุ่น จนกระทั่งญี่ปุ่นเองก็ต้องนำเข้าจากทาง เสปน ปีหน้าครบรอบวันเกิดร้านของ Hon Mono จะฉลองด้วยการนำ  Hon-Maguro 本鮪 ของแท้ราคาตัวละ 2 ล้าน นำเข้ามาให้ได้ทดลองชิมว่าสุดยอดโอโทโร่เต็มๆทั้งตัว หน้าตาเป็นยังไง และรสชาติเป็นยังไง เตรียมตัวเตรียมใจกับแมทช์สำคัญแมทช์นี้ในปีหน้าครับ
 Hon-Maguro 本鮪สุดท้ายนี้เอาเมนูอาหารมาฝากด้วยครับ เดี๋ยวเหมือนจะขาดอะไรไปสักอย่าง เชิญชมครับ

Honmono City Viva นราธิวาส ซอย 6.

Honmono City Viva นราธิวาส ซอย 6

Honmono City Viva นราธิวาส ซอย 6

Honmono City Viva นราธิวาส ซอย 6

Honmono City Viva นราธิวาส ซอย 6

Honmono City Viva นราธิวาส ซอย 6

Honmono City Viva นราธิวาส ซอย 6

หอยเต็มๆ คำ อันนี้ชอบมาก

Honmono City Viva นราธิวาส ซอย 6

โอโทโร่สีชมพูสวย น่าทานแบบนี้ เห็นริ้วไขมันแทรกเนื้อชัดเจนถึงความนุ่มจริงๆครับ

Honmono City Viva นราธิวาส ซอย 6

ปลาแซลมอนคำโตๆ เต็มคำสุดๆ

Honmono City Viva นราธิวาส ซอย 6

Honmono City Viva นราธิวาส ซอย 6

ปลาฮามาจิ ตัวโตๆ เอามาหั่นคำโตๆ

Honmono City Viva นราธิวาส ซอย 6

ปลาฮามาจิ ตัวโตๆ หั่นคำโตๆ

Honmono City Viva นราธิวาส ซอย 6

Honmono City Viva นราธิวาส ซอย 6

 

Honmono City Viva นราธิวาส ซอย 6

Honmono City Viva นราธิวาส ซอย 6

Honmono City Viva นราธิวาส ซอย 6

Honmono City Viva นราธิวาส ซอย 6

Honmono City Viva นราธิวาส ซอย 6

Honmono City Viva นราธิวาส ซอย 6

Honmono City Viva นราธิวาส ซอย 6

Honmono City Viva นราธิวาส ซอย 6

Honmono City Viva นราธิวาส ซอย 6

Honmono City Viva นราธิวาส ซอย 6

4Honmono_IMG_5124 4Honmono_IMG_5125 4Honmono_IMG_5126

Honmono City Viva นราธิวาส ซอย 6

Honmono City Viva นราธิวาส ซอย 6

Honmono City Viva นราธิวาส ซอย 6

Honmono City Viva นราธิวาส ซอย 6

Honmono City Viva นราธิวาส ซอย 6

Honmono City Viva นราธิวาส ซอย 6

Honmono City Viva นราธิวาส ซอย 6

Honmono City Viva นราธิวาส ซอย 6

Honmono City Viva นราธิวาส ซอย 6

Honmono City Viva นราธิวาส ซอย 6

Honmono City Viva นราธิวาส ซอย 6

Honmono City Viva นราธิวาส ซอย 6

Honmono City Viva นราธิวาส ซอย 6

คำนี้น่าจะเป็นคำโปรดของหลายคน

Honmono City Viva นราธิวาส ซอย 6

จริงๆถ้าบอกตามตรง ฟัวกราซูชิผมเฉยๆนะ เดิมซูชิดั้งเดิมมันไม่มีหรอกเพิ่งมาเพิ่มทีหลัง แต่ถามว่าอร่อยไหม ก็อร่อยครับ 555

Honmono City Viva นราธิวาส ซอย 6

ซูชิคำนี้โดนครับ ส่วนตัวไม่ค่อยชอบซูชิฟิวชั่น แค่คำนี้โดนทีเดียว

 

 

13 Jul

ปลูกข้าวในอาคาร ใจกลางโตเกียว

Studio Zero : Fujiko Fujio & His friends.

Studio Zero : Fujiko Fujio & His friends.

ช่วงนี้ กำลังทำการบ้านโปรเจค ตะลอนตามรอยการ์ตูน อยู่ครับ พยายามรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการ์ตูนหลายเรื่องและไปตามเก็บ ตรวจสอบข้อมูลในพื้นที่จริง และวันนี้ก็ไปเดินเล่นใจกลางโตเกียว ชินจูกุ – ฮาราจูกุ และละแวกใกล้เคียง เพื่อตามหา สตูดิโอ ซีโร่ ในตำนาน ของ อาจารย์ ฟูจิโอะ ฟูจิโกะ กับผองเพื่อน อย่าง อ.อิชิโนโมริ โชทาโร่ อ.ซูซูกิ ที่ทำการ์ตูน อนิเมทีวี เรื่องแรก คือ อะตอม หรือเจ้าหนูปรมาณู ให้กับ อ.เทตสึกะ โอซามุ ครับ ต่อมาเรื่องนี้ถูกนำเอาเข้ามาฉายในไทยด้วย

ปีนี้ อ. ฮิโรชิ ฟูจิโมโตะ หรือที่ต่อมาเรารู้จักในนาม ฟูจิโอะ เอฟ ฟูจิโกะ ที่เกิดในปี 1933 ก็จะครบรอบ 80 ปี (1933-1996) ซึ่งทางญี่ปุ่นจะมีฉลองจัดงานที่ หอคอยโตเกียว กลางเดือน กค.นี้ ยาวไปจนถึงเดือน ตค. ผมเองก็เลยถือโอกาส 80 ปีนี้ทำอะไรที่คาใจมานานให้หายคาใจสักที ด้วยการไป ตะลอนตามรอยการ์ตูน ตามข้อมูลที่เรามีและเราอยากไปเห็นด้วยตา ของตัวเองมากมาย จุดแรกที่มีข้อมูลจริงๆ ที่เผอิญได้มาก็คือ ที่ สตูดิโอซีโร่ นี่ละครับ

เกร็ดน่ารู้เรื่องแรกที่ค้นมาก็คือ  นามปากกา  ฟูจิโอะ ฟูจิโกะ
มาจาก ชื่อทั้ง 2 ท่านรวมกัน คือ ฮิโรชิ ฟูจิโมโตะ และ โมโตโอะ อาบิโกะ
ฮิโรชิ ฟูจิโมโตะ และ โมโตโอะ อาบิโกะ  เป็น ฟูจิโอะ ฟูจิโกะ

นามปากกานี้ ฟูจิโอะ ฟูจิโกะ ใช้ทำงานร่วมกัน ตั้งแต่การ์ตูนเรื่อง ผีน้อยคิวทาโร่
และต่อมาพวกเขาก็ร่วมมือกันตั้งสตูดิโอที่ชื่อ ‘The Studio-zero’ ในปี 1963 เริ่มแรกเพื่อผลิตการ์ตูนให้กับ อ.เทตสึกะ โอซามุ เรื่อง อะตอม ก่อนที่ อ.เทตสึกะ โอซามุจะจัดตั้ง มุชิ โปรดั๊กชั่น ขึ้นมาดูแล และต่อมาหลังจากในปี 1964 นามปากกา ฟูจิโอะ ฟูจิโกะ ประสบความสำเร็จกับหนังสือการ์ตูนเรื่อง ผีน้อยคิวทาโร่ (Obake-no Qtaro) ที่ลงในนิตยสาร โชเน็น ซันเดย์ ก็ผลิตการ์ตูนของตัวเองอย่างผีน้อยคิวทาโร่ ออกอากาศ โดยใช้สตูดิโอซีโร่ เป็นที่ผลิตการ์ตูนอนิเมชั่นของตนเองในเวลาต่อมาด้วยครับ ถือเป็นช่วงคลื่นลูกแรกของกระแสบูม ของอนิเมทางทีวี

ย้อนกลับมาที่ที่สตูดิโอ ซีโร่ ซึ่งพอดีผมได้ที่ตั้ง ดั้งเดิมมา ก็เลยอยากไปเดินหาจริงๆ ซึ่งทั้งที่ทราบว่าตึกเดิมถูกทุบทิ้งไปแล้วก็ยังอยากไป ณ จุดๆ นั้นสักครั้ง เป็นความต้องการต้องการส่วนตัวที่บ้าบอสิ้นดี แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังจะไป..(ฮา) ได้เอาไปโพสต์เล่าในพันทิปด้วยนะครับ สนใจตามไปอ่านกัน  http://pantip.com/topic/30692559

ตึกที่ว่าการเมืองโตเกียว

ผ่านไปเที่ยวญี่ปุ่น เดินเที่ยวโตเกียวรอบนี้ ไปเจอตึกอาคารสำนักงานใหญ่ Pasona ที่มีคอนเซปต์น่าสนใจมากๆ แต่ว่าวันนั้นเวลากระชั้นมาก เลยตั้งใจว่ากลับมาจะค้นข้อมูลเพิ่มเติม และก็ได้ได้ข้อมูลจาก inhabitat เพื่อเอามาเล่าสู่กันฟังครับ

อ่านแล้วน่าทึ้งตรงที่ ตึกนี้ถูกพลิกโฉมในประเด็นการคิดแก้ปัญหาที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต เกี่ยวกับความสามารถผลิตอาหารเอง ในเมืองใหญ่ที่ปกติไม่สามารถผลิตอาหารเองได้  และสร้างพื้นที่สำหรับผลิตอาหารขึ้นมาภายในอาคาร เพื่อเพิ่มศักยภาพการพึ่งพาตนเองทางด้านอาหาร

มารู้จักตึกนี้กันดีกว่าว่ามีอะไรบ้าง
Pasona-HQ-Kono-Designs-13 Pasona-HQ-Kono-Designs-14 Pasona-HQ-Kono-Designs-21Pasona-HQ-Kono-Designs-31

จากอาคารสำนักงานเก่าแก่กว่า 50 ปี ถูกปรับปรุงใหม่โดยบริษัท Kono Designs เพิ่มผนังไม้เลื้อยรอบอาคาร เพื่อช่วยลดความร้อนที่จะเข้ามาภายใน และกลายเป็นแหล่งผลิตอาหารให้กับพนักงานที่อยู่ภายในบริษัท มีพื้นที่สำหรับผลิตอาหารภายในอาคาร สำหรับการปลูกผักและผลไม้กว่า 200 ชนิด ทั้ง บร็อกโครลี่ ผักกาดหอม มะเขือเทศ และสามารถปลูกข้าวบนนาเทียม โดยใช้ใช้แสงสังเคราะห์จากหลอดไฟฟ้าแทนแสงอาทิตย์ ชวนให้นึกถึงโดราเอมอน ตอนที่โนบิตะกับโดราเอมอน ชวนกันไปทำนาข้าวกันเองในบ้านมากๆ

โดราเอมอน เล่มที่ 2

โดราเอมอน เล่มที่ 2 หน้า 138 ตอนทำนาบนผืนเสื่อ ครับ

Pasona-HQ-Kono-Designs-51 Pasona-HQ-Kono-Designs-61

Pasona-HQ-Kono-Designs-41

Pasona-HQ-Kono-Designs-711 Pasona-HQ-Kono-Designs-91 Pasona-HQ-Kono-Designs-102

คิดๆ แล้วก็น่าทึ่ง ที่ญี่ปุ่นเค้าคิดอะไรก้าวหน้า คิดเผื่อกันซึ่งกันและกันไปจนถึงศักยภาพการผลิตอาหารในเมืองเพื่อเลี้ยงปากท้องผู้คน ที่อาจกลายเป็นต้นแบบในการผลิตอาหารในเมืองได้ในอนาคต จนสามารถปลูกข้าวได้ในอาคารจนเก็บเกี่ยวมาทานได้เรียบร้อย แต่ในประเทศไทยบ้านเรา ข้าวบ้านเรากลับกลายเป็นเรื่องที่ถูกเอานำมาใช้เป็นเรื่องการเมือง มุ่งจะปล่อยข่าวโจมตีกันโดยไม่คิดว่าจะสั่นสะเทือนประเทศไทยให้เสียภาพลักษณ์ไปในระดับโลก
Untitled-117

จนกระทั่งฟ้าหญิงท่านยังต้องทรงให้สถาบันวิจัยฯ ตรวจสอบและออกมาปกป้องประเทศ พระองค์ทรงอยู่เหนือการเมืองอย่างแท้จริง

เมื่อวันที่ 8 ก.ค. เวลา17.15 น.ตามเวลาท้องถิ่นของราชอาณาจักรสวีเดน สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เสด็จออก ณ โรงแรมที่ประทับ ณ กรุงสตอกโฮล์ม พระราชทานพระวโรกาสให้เอกอัครราชทูตไทยประจำ กรุงสตอกโฮล์ม นำข้าราชการสถานราชทูต และคนไทยที่อาศัยอยู่ในกรุงสตอกโฮล์มเข้าเฝ้าอย่างใกล้ชิด เนื่องในโอกาสเสด็จประกอบพระกรณีกิจ ณ ราชอาณาจักร สวีเดน

ในการนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงเป็นห่วงสถานการณ์ข้าวไทยที่มีบางประเทศในยุโรปเกรงว่าจะมีสารปนเปื้อนมา ในข้าว โดยมีพระดำรัสต่อคณะผู้เข้าเฝ้าว่า สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ทำการวิจัยเกี่ยวกับข้าวไทย ปรากฎว่า ข้าวไทยเป็นข้าวที่มีคุณภาพและไม่มีสารปนเปื้อน ซึ่งแตกต่างจากข่าวจากประเทศเพื่อนบ้านที่มีการปนเปื้อนจากสารหนู

“ข้าวไทยนั้นไม่มีสารพิษจริง ๆ เป็นข้าวที่มีคุณภาพ แต่ข้าวที่มีสารพิษนั้นเป็นข้าวต่างประเทศ โดยย้อมแมวว่าเป็นข้าวไทย ทำให้ต่างประเทศเข้าใจผิดว่าข้าวไทยมีสารพิษ อาร์ซีนิค คือสารหนูนั่นเอง สารพิษอาร์ซีนิคจะมีอยู่ในดิน ในน้ำ ทำให้สุขภาพเสีย ลุ่มแม่น้ำโขงก็มีมากมาย เพราะฉะนั้นต้นข้าวก็ต้องดูดเอาสารพิษนี้ขึ้นไป ข้าวของไทยนั้นขอให้พวกเราภูมิใจได้ว่าข้าวไทยเราเป็นข้าวคุณภาพ”