24 Oct

シンハービール Singha beer iPhone 5S 120FPS slow motion

シンハービール iPhone 5S 120FPS super slow motion

シンハービール iPhone 5S 120FPS super slow motion
ทดลองถ่ายภาพ シンハービール ใน 10 กว่าวินาทีที่เราไม่มีโอกาสได้มองเห็นด้วยตาเปล่า ด้วย โหมดสโลว์โมชั่น ของ iPhone 5S

สมัยก่อนถ่ายไม่ได้นะครับแบบนี้ หากล้องถ่ายได้ยากเย็น ทั้งที่มีประโยชน์มาก สำหรับการเก็บภาพชั่วเสี้ยววินาทีของความทรงจำ ตอนนี้เลยถือโอกาสทดสอบกันจังๆ หน่อย แบบส่วนตัว แล้วถือโอกาสเอามาฝากกัน เผื่อใครจะใช้เป็นข้อมูลประกอบ โดยส่วนตัวชอบ 3 เรื่อง คือ 1. ความสะดวกในการถ่าย ปรับง่าย 2. สามารถเอาไปตัดต่อได้เลยในไอโฟน 3. แชร์จบได้จากไอโฟน พูดง่ายๆว่านอกจากภาพถ่ายแล้ว คลิปก็สำคัญมาก ในคุณสมบัติ 3 ข้อนี้ ในคุณภาพงานที่ไม่เลวร้าย และได้มาตรฐานในระดับโซเชียล

シンハービール

120FPS slow motion ของ iPhone 5S

ภาพที่สมัยก่อนเราถ่ายไม่ได้ ตอนนี้ มี iPhone 5S แล้วถ่ายได้ง่ายๆ ยังกะปอกกล้วยเลยครับ

งานทดลอง 01 ถ่ายโหมด 120FPS slow motion ของ iPhone 5S set 01 ครับ เลือกถ่ายของกินน้ำๆ ที่มีฟองก่อนเลย อยากได้ movement สวยๆ และก็รู้สึกว่าไม่ผิดหวังครับ

ต่อไปจะลองทดสอบถ่ายคลิป iPhone หลายๆแบบครับ

22 Oct

การประกาศตัวของ iPad Air ที่เป็นอีกก้าวของ Tablet ที่ก้าวไปสู่ 64 Bit

นั่งดู Apple Special Event October 2013 – CCL Coverage คืนนี้ แล้วรู้สึกว่า 64 bit นี่มีความหมายถึงการเปลี่ยนแปลงอีกหลายอย่างเลย เพราะประโยชน์การใช้สอยของ iPad ค่อนข้างหลากหลายและตอบสนองการใช้งานในหลายอาชีพมากๆ นอกจากเรื่องที่ iPad Air เบากว่า บางกว่า แล้ว สิ่งที่สำคัญ มันคือเรื่องของประโยชน์การใช้สอยครับ

iPad Air

ข้อมูลโดยรวมน่าสนใจมากๆ ส่วนตัวชอบ Dual microphones

ทั้งขนาดจอที่พอเหมาะไม่เล็กและไม่ใหญ่ไป บวกด้วยแอพรองรับที่หลากหลายจำนวนหลักแสน ทำให้เราใช้ประโยชน์ได้เยอะมาก ทั้งเป็นสมุด ออกแบบ วางแผนงาน นำเสนอ เล่นเกม ติดต่อสื่อสาร ถ่ายภาพ ทำคลิปเล่นดนตรี + ios 7 เข้าให้ด้วยแล้ว ไม่ว่าจะทำงานหรือ ใช้ในครอบครัว มันตอบโจทย์ลงตัวมากๆ

ไอแพด แอร์

64 Bit มองเผินๆ เหมือนไม่มีความหมายแต่ในการใช้งานผมว่ามันเติมเต็มมากเลยนะ

iPad 64 Bit

iPad Air A7 กับระบบ 64 bit

การเปลี่ยนแปลงสู่ ชิป A7 cแบบ 64 บิท ของไอแพด แอร์ ทำให้สมรถนะของไอแพดยิ่งก้าวไปไกลขึ้น นน. 450 g. เบา หยิบจับ ถือใช้งานสะดวกยิ่งขึ้น บางแต่ 7.5 mm ยิ่งทำให้พกพาสะดวกกว่าเดิม Spec + กล้อง iSight 5 MPixels, Full HD Video Cam และความจุเลือกได้ ตั้งแต่ 16GB / 32GB / 64GB และ 128GB ในราคาประมาณหมื่นห้ากลางๆ เป็นราคาที่รับได้แหะ

ipadOct00324แถมดันราคารุ่นเก่าๆลงมาให้น่าใช้ยิ่งขึ้น มีให้เลือกตั้งแต่ 299$ – 499 $ นี่ไม่ขี้เหร่เลย คนชอบ iPad mini เอง ก็ยังตัดสินใจซื้อได้ด้วยความคุ้มค่า ทุกแบบดูคุ้มค่าที่จะซื้อหมด แบบว่าสำหรับคนที่ต้องการการใช้งานขึ้นต่ำก็รับได้ไม่มีปัญหาเลยจริงๆครับ เพราะ ios 7 ทำให้อุปกรณ์ทุกตัวของ Apple คุยกันได้รู้เรื่อง ถ่ายเทไฟล์ระหว่างกันได้สะดวกด้วย Air Drop ยิ่งทำให้การใช้งานทั้งส่วนตัว ในหมู่เพื่อน ในที่ทำงาน สามารถประสานงานกันได้อย่างมหัศจรรย์

21 Oct

มาทดสอบสมองกัน ว่า คุณใช้สมองซีกซ้าย และซีกขวา แบบไหนมากกว่า?

การที่คนเราใช้สมองนั้น ที่จริงยังลงลึกละเอียดไปอีกว่าเราใช้สมองซีกซ้าย และซีกขวาในการคิด ทำ สิ่งต่างๆ  มาทดสอบสมองกัน ว่า คุณใช้สมองซีกซ้าย หรือซีกขวา ?

แต่น้อยครั้งที่เราจะรู้ว่า เราสามารถใช้สมองทั้ง 2 ซึกได้อย่างสมดุลและเหมาะสมหรือไม่ หรือเป็นคนประเภทที่ใช้สมองด้านใดด้านหนึ่งเป็นหลักในการคิด กระทำ ซึ่งถ้าเราเข้าใจกลไกของร่างกายเราในการตอบสนอง เราก็จะเข้าใจรูปแบบการตอบโต้ของสมองของเราที่ใช้กับสิ่งต่างๆรอบตัวมากขึ้น เพราะการรู้ว่า คุณใช้สมองซีกซ้าย หรือซีกขวา ? ก็เท่ากับคุณรู้ทางของตัวคุณเองในการตอบโต้กับสิ่งรอบตัวชัดเจนขึ้นนั่นเอง

มาลองทดสอบกันดูครับ พยายามทำให้ไวและเป็นธรรมชาติของการตอบโต้ทางสมองเราเองนะครับ เพราะอันนี้เราทำเพื่อรู้จักตัวเองจริงๆ คลิกที่ภาพเพื่อเริ่มเล่นได้เลยครับ

Which side of your brain is more dominant?

ทดสอบการใช้งานสมองซีกซ้าย และซีกขวา

Which side of your brain is more dominant?

อันนี้เป็นของผมครับ เพิ่งทราบเหมือนกันว่าใช้สมอง สองฝั่งได้ใกล้เคียงกันมาก ซึ่งคงอาจเพราะเป็นคนถนัดซ้ายที่อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ใช้มือขวา และเป็นคนสายศิลป์ที่ดันไปเรียนวิทยาศาสตร์ (ฮา)  แล้วคุณล่ะครับ เป็นยังไงบ้าง ทดสอบว่า คุณใช้สมองซีกซ้าย หรือซีกขวา ? เสร็จแล้ว ทราบผลเรียบร้อย ก็อย่าลืมกลับมาเล่ากันบ้างนะครับ

คุณใช้สมองซีกซ้าย และซีกขวา ? อย่างไร

สัดส่วนของการใช้สมองซีกซ้ายและซีกขวาของผมครับ

 

“Bridging the gap between strategy
and creativity is key to successful
brand communications.”

 

14 Jul

White Spaces ของดี ของฟรี ที่เราอาจไม่มีโอกาสได้ใช้งาน

White Spaces ของดี ของฟรีที่เราอาจไม่มีโอกาสได้ใช้งาน

“White Spaces คือ The Unused Spectrums คลื่นความถี่สีขาว คลื่นความถี่ที่ไม่ได้ถูกจัดสรรค์ให้ใช้งาน”

TV-White-Spaces 26386201

คลื่น “White Spaces” คืออะไร ลองนึกถึง เวลาเราเปิดทีวีขึ้นมาจอภาพจะมีหลายสีมากมายเป็นแท่งๆ (color bar) แท่งสีพวกนี้ คือ คลื่นความถี่ (Spectrums) และถ้าขยายขึ้นมาอีกในระหว่างแท่งสีเหล่านั้น จริงๆ แล้วยังมีพื้นที่ของแท่งและเส้นสีขาวที่ยังไม่ได้ใช้งานอยู่ ณ ตรงสีขาวนั้นเราเรียกว่า White Spaces คลื่นความถี่ที่ไม่ได้ถูกจัดสรรค์ให้ใช้งาน

ที่มี White Spaces อยู่เยอะเพราะในอดีต เราใช้วิธีส่งสัญญาณแบบ Analog ซึ่งต้องเว้นช่วงห่างระหว่างคลื่นที่ถูกใช้งานไว้ช่วงนึงเลย เพื่อป้องกันไม่ให้เวลาแพร่ภาพ หรือกระจายเสียงแล้วเกิดการรบกวนกัน

ตัวอย่างง่ายๆ คือ การจูนหาช่องวิทยุแล้วมีอีกช่องแทรกมา White Spaces หรือช่วงว่างในสมัยก่อนทำหน้าที่กันการรบกวน

แต่ปัจจุบันเราใช้ระบบดิจิทัล ซึ่งไม่มีความจำเป็นต้องใช้คลื่น White Spaces เพื่อเป็นตัวกันการรบกวนระหว่างช่องอีกต่อไปแล้ว

ก็เลยกลับกลายเป็นว่าที่จริงเรามี White Spaces ที่สามารถเอามาใช้งานให้เกิดประโยชน์ได้มากมาย

ปัจจุบัน ก็มีหลายหน่วยงานเช่น Google มหาวิทยาลัย Cambridge บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Microsoft รัฐบาลสหรัฐ รัฐบาลสิงคโปร์ และอีกหลายบริษัทและอีกหลายหน่วยงานรวมตัวกันคิดค้นเทคโนโลยีระดับสูงเพื่อหาทางนำคลื่น White Spaces มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

TV white spaces broadband trial  good news for SA

สิ่งสำคัญก็คือ White Spaces มันก็คือ Super Wifi ที่สุดยอดฉลาด เพราะมันสามารถวิ่งหาคลื่นของมันเองไม่ว่าจะเป็นบนความถี่ 2.1 หรือ 2.4 หรือ 2.5 GHZ และอีกนับไม่ถ้วน แถมเร็วและแรงมากๆ ตัว Router ก็ไม่ต้องใช้ ตัว Fibre Optic ก็ไม่จำเป็น

whitespacemain

สมมุติภาพง่ายๆ คุณมี Webcam กับเครื่อง Laptop ที่มีเทคโนโลยี White Spaces คุณแค่เอา Webcam ไปตั้งสนามบอลโลกโดยไม่ต้องเดินสาย ไม่ต้องเชื่อมเราเตอร์ ระบบนี้ก็สามารถ Live Broadcast ได้สดๆ อัตโนมัติและไม้ต้องใช้พวก Data Package กันให้เปลืองเงินเลย

ตรงลงท้ายนี่แหละ ที่จะไม่ได้ใช้ เพราะถ้าใช้เทคโนโลยีนี้กันได้ฟรี ไม่มี cost ลงทุน บริษัทเทเลคอมเจ๊งแน่นอน

TV white spaces broadband trial  good news for SA (1)

ดังนั้นตอนนี้คนที่ได้ใช้ก็คือทางแอฟริกาครับ ทางกูเกิ้ลไปทดลองทำตั้งแต่มีนาคม 2013 และประสบความสำเร็จเรียบร้อย ‪#‎ตะลอนทีวี‬ ‪#‎น่าคิด‬ ‪#‎ข่าวสาร‬

 

 

10 Jul

วันนี้เอาเกร็ดน่ารู้เชิงวิทยาศาสตร์มาฝากกัน หลังจากมีกระแสความสับสนเรื่องข้าวเกิดขึ้น เรื่องข้าวปนเปื้อนเมทิลโบรไมด์ ที่ฟังดูอลังการน่ากลัว มาสู่ข้อมูลน่ารู้กันบ้างครับ เอาเป็นความรู้บ้านๆ จากผมที่แชร์กันในฐานะคนใกล้ข้าว และเคยเรียนเคมีมาบ้าง แชร์เพื่อนๆ อ่านกันให้พอมีความรู้ ระหว่างช่วงเวลากระแสข้าวที่สับสนตอนนี้ครับ

ข้าวปนเปื้อนเมทิลโบรไมด์ ทำยังไง

ข้าวปนเปื้อนเมทิลโบรไมด์ ทำยังไง

ข้อเท็จจริงเรื่องนึง คือ เมทิลโบรไมด์ นี่ทีจริงแล้วเป็นสารเคมีที่นำมาใช้ในการรมควันผลิตผลทางการเกษตรทั่วโลก โดยปริมาณการใช้ตามที่ต่างๆ ในโลกตามข้อมูล NaBr, Science Lab Material Safety Data Sheet (MSDS) – 2012 คือ USA 43% EU 24% Asia 24%

สารชนิดนี้ใช้ในการรมผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรทั่วโลกมานานกว่า 95 ปีแล้ว ไม่ใช่สารใหม่ที่เพิ่งนำมาใช้ หรือโลกเพิ่งรู้จักและบ้านเราดันสุ่มสี่สุ่มห้าเอามาใช้แต่อย่างใดครับ เหตุผลที่นำมาใช้เพราะเมทิลโบรไมด์มีจุดเดือดต่ำ ที่ 3.54 oC หลังจากเอามารมควัน พวกมอด แมลง ตาย เมทิลโบรไมด์ก็ระเหิดไป เพราะตามปกติเมทิลโบรไมด์มีสภาวะเป็นก๊าซ เจออุณหภูมิสูงแบบบ้านเราในที่อากาศโปร่ง ก็จะระเหิดไป (ลองนึกนึกถึงลูกเหม็นที่ใช้ตามบ้าน ที่มันระเหิดไปตามเวลา) เพราะฉะนั้นถ้ารมควันเสร็จแล้วปล่อยให้ระเหิดไปตามกำหนดเวลาก็จะเป็นเรื่องปกติ พอพบว่ามีมอดแมลงอีก ก็ค่อยรมควันกันใหม่เป็นคราวๆไป (ที่ต้องเอารมใหม่เพราะสารมันระเหิดไปหมดแล้ว มอดแมลงก็มาใหม่ได้ ก็จะต้องรมควันกันเป็นคราวๆไป)

คุณสมบัติเรื่องนี้ถือเป็นจุดเด่น ที่ทำให้ทั่วโลกเลือกใช้เมทิลโบรไมด์เป็นสารรมควัน (fumigant)
สำหรับผลิตผลทางการเกษตร มาเกือบร้อยปี (ตอนนี้มีฟอสฟีนอีกตัว ที่กำลังจะเปลี่ยนไปใช้ เพราะ methyl bromide มีผลต่อโอโซน)

ความเป็นสารพิษนั้นที่ต้องระวังกันจริงๆ คือ ผู็ที่เก็บสารนี้ และผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการรมควัน เพราะต้องนำเมทิลโบรไมด์มาใช้ในสภาพแวดล้อมปิด ซึ่งมีความเข้มข้นของเมทิลโบรไมด์สูงในระดับอันตราย ส่วนการตกค้างที่เกิดขึ้นได้ คือ ถ้ารมควันเสร็จแล้วรีบเก็บบรรจุในสภาวะปิด เช่น ในถุงพลาสติก แทนที่จะรอให้ระยะเวลาผ่านไปตามที่กำหนด
จัดการชีวิตอย่างไรท่ามกลางเมทิลโบรไมด์โฟเบีย

เครดิตภาพคุณ Tom Quick

ทีนี้มาว่ากันในประเด็นเรื่องที่เกิดมี เมทิลโบรไมด์ตกค้างในข้าว เราจะทำไง มันอันตรายมากไหม ถึงชีวิตไหม เปิดถุงมาเราจะตายไหม หรือเอามาหุงข้าวแล้วจะฆาตกรรมหมู่ครอบครัวไหม เปิดมาแล้วทำไมเหม็น

เหตุผลที่เหม็น เหตุผล ข้อแรก ก็น่าจะเป็นการใช้ฟอสฟีน (Phosphine, H3P) เพราะกลิ่นฟอสฟีนคล้ายกลิ่นปลาเน่า ส่วนเมทิลโบรไมด์ ปกติไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ถ้าไม่ใช่เพราะเกิดปัจจัยไม่บริสุทธิ์จนมีกลิ่น ก็คงจงใจให้มีกลิ่น (อาจจะเป็นเหตุผลแบบเดียวกับการใช้เตาแกสในบ้านเรา คือ พวกนี้จริงๆไม่มีสี ไม่มีกลิ่นมากพอที่จะทำให้คนที่ใช้สารตัวนี้ทันรู้ตัวว่ามีสารเมทิลโบรไมด์ อยู่ ก็เป็นกฏหมายบังคับให้ใส่กลิ่นให้รู้ตัวทันท่วงที โดยเฉพาะคนที่ทำหน้าที่รมควัน ถ้าไม่มีกลิ่นเป็นที่สังเกตให้ทันรู้ตัวโดยไว้ มีโอกาสที่จะพลาดได้รับสารเมทิลโบรไมด์ โดยไม่ทันตั้งตัว)

ดังนั้นสรุปข้อสังเกตง่ายๆ ข้อแรก คือ เรื่องกลิ่น เพราะกลิ่นสารตกค้างมันต่างจากกลิ่นข้าวปกติ กลิ่นนี้เป็นตัวสังเกตง่ายๆตัวแรก และถ้ามันตกค้างในถงที่บรรจุข้าวออกไปไหนไม่ได้ เราก็จะได้กลิ่น และรู้ว่ามันมีเมทิลโบรไมด์ มีฟอสฟีน อยู่นะ อย่าเพิ่งกิน อย่าเพิ่งใช้ จัดการมันให้เสร็จก่อน

แล้วกินได้ไหม ถ้าเอามากินใส่ปากเลยตอนนั้นก็คงกินไม่ได้ละครับ แต่ว่าปกติแล้วก่อนกิน ถ้าเรารู้คุณสมบัติหลักของสารเมทิลโบรไมด์ และฟอสฟีน ที่มันระเหิดง่าย ก็แค่เอาข้าวมาเกลี่ยตากแดดจัดๆ ให้มันระเหิด ถ้ามีเวลา หรือจะเปิดถุงข้าวมาใส่กาละมัง หรือถาดในที่อากาศโปร่งถ่ายเทสะดวกในอุณหภูมิห้อง พัดลมเป่าๆ ทิ้งไว้สักหน่อยให้มันระเหิด ในที่อากาศโปร่งถ่ายเทนอกบ้าน  ก่อนจะทานข้าวก็ค่อยเอาข้าวมาแช่น้ำแล้วซาวน้ำทิ้ง  เมทิลโบรไมด์ ก็จะละลายตามน้ำไปแล้ว

สารเคมี ถ้าเรารู้จักคุณสมบัติของมัน และวิธีแก้ มันก็คือการใช้อย่างมีความรู้ การมีความรู้ในการจัดการข้าวที่ถูกต้องก็เป็นเรื่องสำคัญของปากท้องของเราและครอบครัว

สรุปง่ายๆ ว่า เมทิลโบรไมด์ จัดการได้ถ้ามีความรู้ในการจัดการ ต่อให้มันตกค้างมาจากในถุงจากโรงสีเราพอจะจัดการได้ในระดับที่เราเอามาทานได้ปลอดภัยสำหรับเราและครอบครัว ไม่ใช่อยู่กับความไม่รู้ และความกลัวสารเคมี กลายเป็น เมทิลโบรไมด์โฟเบีย ซึ่งอาจจะต้องกำจัดเมทิลโบรไมด์ทั้งประเทศออกไปเพื่อจะได้หายจากความกลัว ซึ่งตามข้อเท็จจริงแล้วมันเป็นไปไม่ได้ นอกจากว่าเราจะทำให้เรามีความรู้ในการรับมือกับเมทิลโบรไมด์ และจัดการมันได้ในฐานะที่มีความรู้ในการจัดการที่ถูกต้อง

ปล.1 แทคติกง่ายๆ ครับ ตรวจง่ายทำได้เองทุกคน อันดับแรก คือ กลิ่น เปิดถุงมาถ้าได้กลิ่น (ก็อย่าถึงขนาดเอาจมูกไปซูกถุงสูดกลิ่นนะครับ อันนั้นก็ไม่ควร เปิดแล้วพอมีกลิ่นออกมากก็พอรู้แล้วนะ)
#ถึงขั้นตอนนี้ ใครคาใจอยากเอาแบบชัวร์ละเอียดว่ามันมีค่ามากน้อยเท่าไหร่ก็มีขั้นตอนวิทยาศาสตร์ ก็ส่งทดสอบเถอะครับ 

หลักการจัดการต่อมาง่ายๆ ก็จัดการให้เมทิลโบรไมด์ มันระเหิดไปซะ ถ้าจัดการให้มันระเหิดไปได้หมด ไม่มีกลิ่น แล้วก็ค่อยเอามาใช้บริโภค ถ้ากลัวมาก ควรเอาไปเกลี่ยๆ ตากแดด แดดจัดๆ สัก ชม.ในที่โปร่ง เมทิลโบรไมด์ ที่มีจุดเดือดแค่ 3.54 C มันจะซึมซับในอณูไหนไม่ระเหิดไปในสภาวะที่อุณหภูมิสูงกว่าจุดระเหิดในระยะเวลาที่กำหนด ก็แปลว่ามันไม่ใช่เมทิลโบรไมด์ แล้วล่ะ (อันนั้นไว่ค่อยยกประเด็นกันต่อนะครับ..)

ปล. 2 จากข่าวการตรวจสอบของ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค สุ่มตรวจข้าวถุง 46 ยี่ห้อ ในจำนวนนี้ 12 ยี่ห้อไร้สารตกค้าง ส่วนอีก 34 ยี่ห้อพบสารเมทิลโบรไมด์ ระหว่าง 0.9-67.4 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม

สรุปว่าจากการตรวจสอบของ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค  ที่เป็นกลาง  มี 1 ยี่ห้อ ที่พบการปนเปื้อนสูงถึง 67.4 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม เกินกว่าเกณฑ์มาตรฐานอาหารระหว่างประเทศ พูดกันตรงๆ ง่ายๆ ว่ามีที่ไม่ได้ทำตามขั้นตอนทั้งหมดก่อนจัดส่ง มีการรมควันสารเมทิลโบรไมด์หลังจากบรรจุถุงแล้ว และไม่ได้ปล่อยให้สารในถุงระเหยจนค่า ppm ต่ำ ก่อนจัดส่งไปจุดจำหน่าย ซึ่งยี่ห้อนั้นก็เป็นที่รู้จักกันดีแล้ว ที่จริงก็น่าจะชัดเจนในระดับหนึ่ง บริษัทไหนทำตัวแย่ มักง่ายก็ว่ากันไปตามเนื้อผ้า ทาง อย.สุ่มตรวจเจอเกินก็จัดการไปตามเนื้อผ้า ส่วนเราก็อย่าตื่นตระหนกเป็น Methyl Bromide Phobia เมทิลโบรไมด์โฟเบีย โดยปราศจากความรู้กันเลยครับ

ปล.ใครมีความรู้ขยายความเพิ่มเติม หรือต้องการให้ข้อมูลเพิ่มเติมก็บอกได้นะครับ ขอให้เป็นข้อมูลที่ถูกต้อง เป็นประโยชน์กับส่วนรวม ร่วมด้วยช่วยกันทำความเข้าใจกัน