09 Jun

ญี่ปุ่นแจกฟรี ฟรีไวไฟในญี่ปุ่น 14 วัน

ข่าวดี ญี่ปุ่นแจกฟรี ฟรีไวไฟในญี่ปุ่น 14 วัน

ญี่ปุ่นแจกฟรี ฟรีไวไฟในญี่ปุ่น ให้นักท่องเที่ยวครับ บริการนี้เปิดให้ใช้งานได้ในวงกว้างทั้งพื้นที่ด้านในและนอกโตเกียว รวมถึง ฮาโกเน ภูเขาไฟฟูจิ โยโกฮามา นางาโนะ นิกโก คุซะสึ โทโฮคุ และ ฮอกไกโด

ใครจะไปญี่ปุ่นทางโซนดังกล่าว ไปดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น “NAVITIME for Japan Travel” รอใช้ลงทะเบียนและรับพาสเวิร์ด รวมทั้งใช้ค้นหาไฟไวฮอตสปอตที่ให้บริการฟรีไวไฟในญี่ปุ่น และลงทะเบียนโดยรับการ์ด ID และพาสเวิร์ดได้ที่ สนามบินนาริตะ แจกทุกวัน จนถึง 30 มิถุนายน 2557 เวลา 12:00 ถึง 21:00 บริเวณ เคาน์เตอร์ชั่วคราวที่โซน A หรือโซน B ที่ชั้นG เทอร์มินอล2

สามารถดูรายละเอียด และจุดให้บริการได้ที่ เว็บไซต์ http://flets.com/freewifi/th/index.html (ภาษาไทย) โดยผู้ที่ลงทะเบียนแล้ว สามารถใช้งานไวไฟได้นาน 14 วัน หรือ 336 ชั่วโมง

ฟรีไวไฟ ในญี่ปุ่น

ขั้นตอนการขอรับ ID และ พาสเวิร์ด ฟรีไวไฟ

สำหรับผู้ที่ลงทะเบียนและได้รับ WiFi ID และ พาสเวิร์ดแล้ว เมื่อไปถึงจุดที่มีบริการฟรีไวไฟ เพียงเปิดไวไฟให้ทำงาน มองหาแอ็คเซสพ้อยที่ชื่อ “flets” จากนั้นตั้งค่า ตั้งค่า SSID ที่อุปกรณ์ของท่านเพื่อเชื่อมต่อไปยัง 0000FLETS-PORTAL (ไวไฟที่ญี่ปุ่นมีขั้นตอนไม่เหมือนบริการไวไฟประเทศไทย จึงต้องมีการตั้งค่าก่อนเมื่อใช้งานครั้งแรก)

free wifi in japanfree wifi in japan

จากนั้นเลือกแถบ WIFI เลือก “Vistors” เลือก “English” อ่านข้อควรระวัง เมื่อตกลงให้ติ๊กช่อง I Agree To Term of Use จากนั้นเลือก Login ใส่IDและพาสเวิร์ดที่อยู่บน “การ์ดฟรี Wi-Fi” ของท่าน, พร้อมกับอีเมล์แอดเดรส, จากนั้นกด “Login” เพื่อเริ่มการบริการ จะมีข้อความ “Login Succeeded” แสดงขึ้นมายืนยันว่าล็อกอินเสร็จสิ้นสมบูรณ์แล้ว

free wifi in japanfree wifi in japanfree wifi in japanfree wifi in japanfree wifi in japan

โครงการฟรีไวไฟสำหรับนักท่องเที่ยวนี้ถูกผลักดันให้เกิดขึ้น โดยรัฐบาลประเทศญี่ปุ่น เพื่อเป็นการริเริ่มให้อาคารต่างๆ ในประเทศ มีอินเทอร์เน็ตไวไฟไว้บริการ โดย ขณะนี้ยังเป็นช่วงนำร่องโครงการที่เร่ิมมาตั้งแต่ต้นปี และจะไปสิ้นสุดช่วงเดือน ก.ย.2557.นี้ครับ

ที่มา : http://flets.com/

16 Feb

หิมะถล่มโตเกียวหนักสุด ในรอบ 45 ปี แถมยังมีระลอก 2 ตามมาอีก

[ awesome-weather location=”Tokyo” units=”F” size=”tall” override_title=”MTL” forecast_days=2 hide_stats=1 ]
หิมะถล่มโตเกียว ปี 2014 นี้หนักสุดไม่พอ ยังว่าจะมีระลอกสอง รอบแรกนี่ขนาดสายการบินต้องเลื่อน การคมนาคมหลายจุดเกิดการชะงัก บนทางด่วนสายโทเมอิ ในจังหวัดชิสึโอกะ มีรถจอดค้างบนถนนเป็นทางยาวถึง 40 กม. เที่ยวบินภายในประเทศ 628 เที่ยวบิน ต้องถูกยกเลิก และเกิดอุบัติเหตุรถไฟโดยสารสองขบวนชนกันที่สถานีโมโตซูมิโยชิในกรุงโตเกียว ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 19 คน นอกจากนี้รถไฟหัวกระสุนหลายเที่ยวต้องถูกยกเลิกหรือล่าช้ากว่ากำหนด  ไม่รู้ว่า หิมะถล่มโตเกียว นี่เกี่ยวกับปรากฏการณ์ Polar Vortex ที่เกิดขึ้นที่อเมริกา เมืองชิคาโก หรือเปล่า Polar Vortex เป็นกระแสอากาศที่หมุนตัวมาจากขั้วโลกเหนือและนำความเย็นยะเยือกไปสู่ทุกพื้นที่บนโลกที่ไปถึง ขนาดประเทศไทยเองก็ยังถือว่าหนาวเป็นประวัติการณ์ในปีนี้เช่นกัน แต่ทางเราจะเรียกว่า Polar Cold
หิมะถล่มโตเกียว

การที่ หิมะถล่มโตเกียว หนักที่สุดในรอบ 45 ปี รอบแรก ทำให้มีผู้เสียชีวิต 11 คนและบาดเจ็บกว่า 1,200 คน ถือว่าเรื่องนี้ไม่ธรรมดาเลยครับ นอกจากนั้นยังมีข่าวประชาชนมากกว่า 1.9 แสนครัวเรือน ไฟฟ้าดับเพราะหิมะ และลมกรรโชกแรง ทำให้ไฟฟ้าเสียหาย แล้วระลอกที่สองนี้ ก็เลยทำให้ต้องเตรียมตัวกันมากขึ้น

จากข่าวล่าสุด ข่าวว่ายังไม่จบและจะมาอีกรอบ หน่วยงานด้านอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นคาดการณ์ว่าจะเกิดหิมะตกหนักอีกครั้งในช่วงวันที่ 19-20 กุมภาพันธ์ 2557 และรอบนี้ทาง สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว ก็ไม่นิ่งนอนใจ ได้จัดประกาศเตือนเพื่อให้คนไทยในญี่ปุ่นเตรียมตัวรับมือ strong>หิมะถล่มโตเกียว กันอีกระลอก

ประกาศสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว

ประกาศสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว
สถานเอกอัครราชทูตฯ ได้เปิดหมายเลขโทรศัพท์ฮอตไลน์ (++81 90 4435 7812) ตลอด 24 ชั่วโมง สำหรับคนไทยที่ต้องการความช่วยเหลือ โดยให้แจ้งชื่อ ที่อยู่ในญี่ปุ่น และหมายเลขโทรศัพท์
ทั้งนี้ โดยที่มีคนไทยได้โทรศัพท์เข้ามาเป็นจำนวนมาก อาจมีความจำเป็นต้องฝากข้อความในระบบตอบรับอัตโนมัติ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะติดต่อกลับทันที

ประกาศสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว

ด้วยตระหนักถึงปัญหาดังกล่าวและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อคนไทย กระทรวงการต่างประเทศ โดยนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ จึงได้กำชับสถานเอกอัครราชทูตฯ ให้เตรียมความพร้อมและดูแลให้ความช่วยเหลือคนไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นักท่องเที่ยวไทยที่เดินทางมาท่องเที่ยวในญี่ปุ่น ซึ่งสถานเอกอัครราชทูตฯ ได้ประสานให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นและให้คำแนะนำด้านความปลอดภัยในเหตุการณ์ภัยพิบัติแก่นักท่องเที่ยวไทยที่ติดค้างตามโรงแรมในสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ แล้ว

สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว

ประกาศสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว

ตามที่เกิดเหตุการณ์พายุหิมะทางตอนกลางถึงตอนเหนือของเกาะฮอนชู ระหว่างวันที่ 14-15 กุมภาพันธ์ 2557 และได้ส่งผลให้มีหิมะท่วมสูงในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะทางหลวงระหว่างเมืองในเขตจังหวัดยามานาชิและนากาโน หลายเส้นถูกปิดและการจราจรติดขัด นั้น

เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของคนไทย สถานเอกอัครราชทูตฯ ขอแจ้งแนวปฏิบัติในสถานการณ์ฉุกเฉินจากพายุหิมะในญี่ปุ่น ดังนี้

1. คนไทยที่พำนักในญี่ปุ่นควรเตรียมอาหารและน้ำดื่มสำรองให้เพียงพอสำหรับสมาชิกในครอบครัว อย่างน้อย 3 วัน และหลีกเลี่ยงการเดินทางไกลทางอากาศและรถยนต์ในช่วงสัปดาห์นี้ (17-21 กุมภาพันธ์ 2557)

2. สถานเอกอัครราชทูตฯ ได้เปิดหมายเลขโทรศัพท์ฮอตไลน์ (++81 90 4435 7812)  ตลอด 24 ชั่วโมง สำหรับคนไทยที่ต้องการความช่วยเหลือ โดยให้แจ้งชื่อ ที่อยู่ในญี่ปุ่น และหมายเลขโทรศัพท์

ทั้งนี้ โดยที่มีคนไทยได้โทรศัพท์เข้ามาเป็นจำนวนมาก อาจมีความจำเป็นต้องฝากข้อความในระบบตอบรับอัตโนมัติ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะติดต่อกลับทันที

3. สถานเอกอัครราชทูตฯ ใคร่ขอความร่วมมือบริษัทนำเที่ยวให้การดูแลนักท่องเที่ยวไทยให้ได้รับความปลอดภัยเป็นอันดับแรก โดยขอให้พำนักอยู่ในโรงแรมหรือสถานที่ปลอดภัยและมีความอบอุ่นเพียงพอ และปฏิบัติตามคำแนะนำของทางการท้องถิ่น และติดต่อสถานเอกอัครราชทูตฯ ตามหมายเลขโทรศัพท์ข้างต้น เพื่อประสานขอรับความช่วยเหลือต่อไป 

4. นักท่องเที่ยวไทยที่เดินทางเข้ามาญี่ปุ่นโดยได้รับการยกเว้นตรวจลงตรา (วีซ่า) ระยะเวลา 15 วัน และพำนักอยู่ในญี่ปุ่นใกล้ถึงวันครบกำหนด 15 วัน และเกรงว่าอาจพำนักเกินกำหนดวีซ่าเนื่องจากเหตุภัยภิบัติดังกล่าว โปรดติดต่อสถานเอกอัครราชทูตฯ ที่หมายเลขฮอตไลน์โดยทันที พร้อมกับแจ้งชื่อ นามสกุล หมายเลขหนังสือเดินทาง และวันที่เดินทางเข้าญี่ปุ่น และส่งสำเนาหนังสือเดินทางของท่านทางโทรสารที่หมายเลข ++81 3 5789 2439 โดยระบุว่าเป็นนักท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบจากพายุหิมะดังกล่าว 

5. หน่วยงานด้านอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นคาดการณ์ว่าจะเกิดหิมะตกหนักอีกครั้งในช่วงวันที่ 19-20 กุมภาพันธ์ 2557 จึงขอให้นักท่องเที่ยวและคนไทยที่พำนักอยู่ในญี่ปุ่น โปรดติดตามการแจ้งเตือนของทางการญี่ปุ่น และหลีกเลี่ยงการสัญจรทางอากาศและรถยนต์ และขอให้อยู่ในสถานที่ปลอดภัยและมีความอบอุ่นเพียงพอ

จึงขอประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน

สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว
16 กุมภาพันธ์ 2557

ประกาศสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว

16 Oct

Mizuki Shigeru Road Sakai Minato ตะลอนตามรอยการ์ตูน ถนนสายภูติพราย 01

SKMAT_LM_218ไปเดินเล่น Mizuki Shigeru Road ถนนสายภูติพราย ที่ Sakai Minato, Tottori กันครับ

จากสถานีแรก เมือง Yonago, Tottori ไปที่ Sakai Minato,Tottori มีทั้งหมด 16 สถานี แต่ละสถานีมีชื่อเล่นของตนเองตั้งตามชื่อภูติพรายในเรื่อง gegege no Kitaro หรือ ผึน้อยคิทาโร่ และทุกปีจะมีงานเทศกาลที่น่าเที่ยวหลายครั้ง ในแต่ละฤดู มีเสน่ห์เฉพาะตัวที่แตกต่างกันมากๆ วันที่ตั้งใจไปปีนี้ก็มีเทศกาลพิเศษเช่นกันครับ

หลังจากเดินทางไปถึงสถานี Sakai minato เราจะพบรูปปั้นภูติพราย ตัวแรก หน้าสถานี และบนถนน Mizuki Shigeru Road ที่ Sakai Minato,Tottori นี้ หลายคนเข้าใจว่ามีทั้งหมด 133 ตัว แต่ที่จริง มี 134 ตัว แบ่งเป็น 2 เส้นทางของทั้ง 2 ฝั่งถนน ระหว่างทางมีร้านอาหาร ร้านของที่ระลึกเต็มไปหมด และมีของที่ระลึกน่าซื้อหากลับบ้านแบบไม่ซ้ำกัน จนอยากบอกว่าเจออันไหนถูกใจให้ซื้อเลย เพราะว่าเวลาเดินกลับอีกฝั่ง โอกาสจะย้อนกลับมาซื้อร้านเดิมน้อยมาก โดยเฉพาะขากลับที่เหนื่อยแล้ว

Mizuki Shigeru Roadวันที่ไปจะพิเศษหน่อย 1 ปีมีครั้ง เป็นงานเทศกาลที่สนุกสนานมากๆ มีออกร้าน และการแสดงที่หาดูปกติไม่ได้ พูดง่ายๆ มีปีละครั้งเท่านั้นเองครับ ตารางเดินทางวางแผนมาเพื่อวันนี้โดยเฉพาะเลย เดี๋ยวจะตัดคลิปบรรยากาศมาให้ดูกันอีกที

Mizuki Shigeru Road

หลังจากมุมงานเทศกาลก็จะเป็นถนนสายภูติพรายที่ว่ากันว่า มีทั้งหมด 133 ตัว และถ้าเดินนับทั้งหมด คุณจะเจอ 133 ตัวนั่นแหละ แต่มีอยู่ 1 ตัวที่มักจะหากันไม่เจอเสมอๆเลยครับ ถ้าอยากหาให้เจออีก 1 ตัว แปลว่าคุณจะต้องไปถึง Mizuki Shigeru Museum ก่อนเท่านั้นครับ

水木 しげる Mizuki Shigeru

水木 しげる Mizuki Shigeru ♦ Shigeru Mizuki is a Japanese manga writer, most known for “Gegege no Kitaro”, in which he has depicted the Japanese folklore creatures known as Yokai. Sakaiminato is the home of Shigeru Mizuki. Mizuki Shigeru Road is a street dedicated to all the characters that appear in his manga works. For 800 meters from JR Sakaiminato station to Motomachi arcade, more than one hundred bronze statues of Shigeru Mizuki’s characters line both sides of the road. Many restaurants and souvenir shops stand in a row on the street.
In 2010, NHK broadcasted a TV drama Gegege no Nyobo about his married life, based on the autobiography of Shigeru Mizuki’s wife. In the same year, he has received the Person of Cultural Merit award.
Four kinds of designed trains operate from Yonago station to Sakaiminato station, with drawing of Yokais. The Kitaro trains are popular among tourists.

ที่เห็นอยู่นี้คือฝั่งขวาครับ ระหว่างทางก็เกิดไอเดียว่าควรโพสต์ให้เข้ากับรูปปั้นดู ก็จัดเลย มีคุณญี่ปุ่นยืนมองแบบงงๆ

Mizuki Shigeru Road
Mizuki Shigeru Road
Mizuki Shigeru Road

ก่อนที่จะมีหลายคนนึกสนุกทำตาม กลายเป็นว่าวันนี้แทนที่ญี่ปุ่นเค้าจะถ่ายกันแบบยืนโพสต์ท่าเรียบๆ ข้างรูปปั้น ก็เลยสนุกกันใหญ่ กับ การพยายามครีเอทท่าทางประกอบตามเราไปหลายคน  (ภูมิใจที่แพร่เชื้อบ้าให้เค้าได้..555)

ความสุขของผู้คนที่มาเที่ยวที่นี่กับการถ่ายรูปมีหลากหลายมากๆครับ ระหว่างทางก็มีร้านของที่ระลึกสารพัดเลย ที่ยั่วให้กระเป๋าแฟบได้ตลอดทางครับ ตอนหน้าเราจะไปถึง Mizuki Shigeru Museum รอติดตามชมกันต่อครับ

03 Oct

Kyoto International Manga Museum : ตะลอนตามรอยการ์ตูน 01

Kyoto International Manga Museum. If you are interested in Manga, don’t miss to visit this museum. It is on Karasuma St, take subway from Kyoto station, get off at Karasuma-Oike.

ทริปตะลอนตามรอยการ์ตูน ทริปแรก หลังจากนั่งเครื่องบินไปลงที่โอซาก้าและต่อมาพักที่เกียวโต คือ Kyoto International Manga Museum ครับ ที่ มังงะ มิวเซียม นี่ ที่จริงผมมาหลายครั้งแล้ว ตั้งแต่สมัยยังไม่เข้มงวดเรื่องห้ามถ่ายรูปเท่าไหร่ (แต่ก็มีคนแอบถ่ายกันเนืองๆ)

อย่างแรกถึงเกียวโตเสร็จ สิ่งแรกที่ทำหลังจากเอาของเก็บ ก็คือ การเช่าจักรยาน 1 คัน ปั่นเที่ยวเกียวโต โดยมุ่งไปที่จุดแรกนั่นคือ Kyoto International Manga Museum นั่นเอง

Kyoto International Manga Museu

rent Bicycle in Kyoto Japan

Kyoto International Manga Museu

Manga Museum Kyoto

ที่ มังงะมิวเซียม มีที่จอดรถจักรยานให้อยู่ด้านข้างนะครับเอาจักรยานไปจอดแล้วไปเดินเที่ยวให้ฉ่ำปอดได้เลยครับ

京都国際マンガミュジアム

Kyoto International Manga Museum(京都国際マンガミュジアム)

京都国際マンガミュジアム

Kyoto International Manga Museum(京都国際マンガミュジアム)

มีร้านอาหารด้านหน้าก่อนทางเข้า มีเมนูพิเศษน่าทานหลายเมนูแต่ถ่ายมาฝากไม่ได้เนื่องจากเข้าพื้นที่ห้ามถ่ายรูปแล้ว

京都国際マンガミュジアム

Kyoto International Manga Museum(京都国際マンガミュジアム)

京都国際マンガミュジアム

Kyoto International Manga Museum(京都国際マンガミュジアム)

ด้านใน Manga Museum Kyoto ห้ามถ่ายรูปเหมือนเดิมครับ ไปเก็บไว้ได้แต่ความทรงจำ ณ ที่นั่น แล้วเอากลับมารำลึกในใจ

京都国際マンガミュジアム

Kyoto International Manga Museum(京都国際マンガミュジアム)

ณ ตรงนี้ ถ้ามีโอกาสแวะมา น่าจะใช้เวลาครึ่งวันอย่างต่ำ แต่สำหรับบางคนอย่างผมอาจอยู่ได้ทั้งวันเลยครับ เพราะ มังงะมิวเซียม นี่แทบจะเรียกได้ว่าเป็นขุมสมบัติคลังการ์ตูนในฝัน เลยทีเดียว เดินเลือกอ่านทั้งวันไม่มีหมด รวมถึงการ์ตูนเก่าๆ ที่หาจากที่ไหนไม่ได้ง่ายๆ นอกจากนั้นยังเป็นแหล่งค้นข้อมูลการ์ตูนเก่าๆ รวมถึงตรวจดูข้อมูลบางเรื่องที่สงสัยได้เยอะพอสมควร จึงเป็นจุดที่ใช้เวลาเก็บข้อมูลค่อนข้างมาก แต่ว่าเนื่องจากเคยมาแล้ว ก็เลยพอรู้ว่าอะไรอยู่ส่วนไหน ทำให้ไม่เสียเวลาตามหาข้อมูลที่อยากทราบมากนัก

Kyoto International Manga Museum

Kyoto International Manga Museum(京都国際マンガミュジアム)

Kyoto International Manga Museum เดิมเป็นโรงเรียนประถมเก่า ทางเมืองเกียวโต กับทางมหาวิทยาลัยศิลปะเซกะ ร่วมกันก่อตั้งขึ้น และเปิดทำการในเดือนพฤศจิกายน ปี 2006 ตัวตึกขนาดสามชั้น มีชั้นใต้ดิน นอกจากการเป็นคลังหนังสือการ์ตูนแล้ว ยังเป็นพื้นที่ในการจัดนิทรรศการชั่วคราวในรูปแบบต่างๆ มากมาย

Kyoto International Manga Museum(京都国際マンガミュジアム)

Kyoto International Manga Museum(京都国際マンガミュジアム)

Kyoto International Manga Museum(京都国際マンガミュジアム)

Kyoto International Manga Museum(京都国際マンガミュジアム)

วิธีมาที่นี่ ที่ง่ายมาก คือ ตั้งหลักจากสถานีเกียวโต นั่งรถไฟใต้ดินสาย Karasuma ไปลงที่สถานี Karasuma-Oike ขึ้นมาบนถนนแล้วแล้วเดินต่อไปอีกนิดเดียวก็ถึง ถ้าปั่นจักรยานแบบผมแล้วกลัวหลงก็ตั้งหลักที่สถานีเกียวโตแล้วปั่นเป็นเส้นตรงยาวแนวเดียวกับสาย Karasuma ปั่นเรื่อยๆ สบายๆ ราว 15 นาทีก็ถึงครับ

Kyoto International Manga Museum - เกียวโต - รีวิว Kyoto International Manga Museum

Kyoto International Manga Museum – เกียวโต – รีวิว Kyoto International Manga Museum

ที่นี่เปิดตั้งแต่ 10.00 น. ปิดราวๆ 6 โมงเย็น ครับ มีโอกาสผ่านไปเกียวโต แบ่งเวลาแวะไปชมนะครับ

Kyoto International Manga Museum(京都国際マンガミュジアム)

Kyoto International Manga Museum(京都国際マンガミュジアム)

ขอขอบคุณผู้สนับสนุนกิจกรรมตามรอยการ์ตูน ให้สามารถจัดขึ้นได้สำเร็จครับ

ปิดท้ายด้วยภาพชุดบรรยากาศด้านในคร่าวๆ สมัยที่ยังไม่เข้มงวดเรื่องถ่ายภาพมากนัก ในปี 2008 มาฝากเป็นเชื้อให้คนที่อยากไปได้ดูเป็นอารมภบทครับ ยังไงก็ควรจะต้องไปสัมผัสต้วยตัวเองครับ

มังงะ มิวเซียม ในปี 2008

มังงะ มิวเซียม ในปี 2008

ด้านในชั้นสอง ของ มังงะมิวเซียม ชั้น 2 ในปี 2008 ครับ

ด้านในชั้นสอง ของ มังงะมิวเซียม ชั้น 2 ในปี 2008 ครับ

โดราเอมอน ตอนแรก ฉบับภาษาญี่ปุ่น

โดราเอมอน ตอนแรก ฉบับภาษาญี่ปุ่น

ด้านใน ด้านหน้าของ Manga Museum

ด้านใน ด้านหน้าของ Manga Museum

ภาพที่ระลึก Manga Museum เมื่อปี 2008

ภาพที่ระลึก Manga Museum เมื่อปี 2008

Singha Coporation

Singha
Coporation

Kyoto International Manga Museum
ค่าเข้ามังงะมิวเซียม ผู้ใหญ่ 500 เยน และ เด็ก 300 เยน
เปิดบริการทุกวัน (ยกเว้นวันพุธ) ตั้งแต่ 10.00 น. – 18.00 น.
ดูข้อมูลเพิ่มเติมคลิก www.kyotomm.jp/english

รวมภาพบรรยากาศภายในจากหลายๆที่ครับ

29 Sep

เที่ยวญี่ปุ่น ฝ่าพายุ ไต้ฝุ่นญี่ปุ่น มานยี่ ไปตะลอนตามรอยการ์ตูนโคนัน และผีน้อยคิทาโร่ ที่ Tottori

วันนี้ข่าว พายุหวู่ติ๊บ กำลังเข้าใกล้เมืองไทย เลยนึกได้ว่าจะเขียนเล่าประสบการณ์ พายุไต้ฝุ่นที่ญี่ปุ่น ที่เพิ่งเจอมา แถมอุตส่าห์ดันเดินทางดั้นด้นไปเจอถึงญี่ปุ่นระหว่างการเดินทาง ตะลอนตามรอยการ์ตูน เรื่อง โคนัน และผีน้อยคิทาโร่ ที่ทตโทริ ในเดือนกันยายน นั่นก็คือ ไต้ฝุ่นที่ญี่ปุ่น ที่ชื่อ มานยี่ ครับ

ตะลอนตามรอยการ์ตูน โคนัน Detective Konan

ตะลอนตามรอยการ์ตูน โคนัน Detective Konan ที่ Hokuei Tottori ทตโทริ เมืองแห่งโคนัน

ตอนนี้ตอนแรกจะให้ชื่อตอนว่า ตะลอนตามรอยการ์ตูน ท่ามกลาง พายุไต้ฝุ่นในญี่ปุ่น Typhoon เพราะไปถึงอีกวันพายุไต้ฝุ่น Typhoon ก็เข้าพอดี ^ ^ แต่คิดว่าน่าจะเขียนแชร์ประสบการณ์ไว้ก่อน เพราะตอนนี้คนไทยไปเที่ยวญี่ปุ่นกันเยอะขึ้น ส่วนเดือนกันยายนก็เป็นเดือนที่มีโอกาสเจอ พายุไต้ฝุ่นที่ญี่ปุ่น เยอะ น่าจะเล่าข้อมูล ที่มีส่วนช่วยในการวางแผนได้เกิดเดินทางแล้วไปเจอพายุไต้ฝุ่น Typhoon เข้าเหมือนกันกับผม

ไต้ฝุ่นมานยี่ถล่มญี่ปุ่น

ไต้ฝุ่นมานยี่ถล่มญี่ปุ่น

เนื่องจากการเดินทาง ตะลอนตามรอยการ์ตูนเที่ยวนี้ มีประสบการณ์หลายอย่าง ที่คิดว่าน่าจะเอามาแชร์ มาเล่าให้เกิดประโยชน์ กับผู้ที่ชื่นชอบเดินทางญี่ปุ่น โดยเฉพาะล่าสุดเมื่อเดินทางไปเก็บข้อมูลคราวนี้ ได้มีประสบการณ์เฉียด พายุไต้ฝุ่นที่ญี่ปุ่น อย่างพายุมานยี ที่ถล่มญี่ปุ่นแบบใกล้ชิดเหตุการณ์ เลยเอามาเล่าสู่กันฟังเผื่อจะได้ศึกษาไว้บ้าง ถ้าหากฉุกเฉินจะได้รู้ว่าควรเตรียมตัวและวางแผนอย่างไร จะว่าไปแล้วนี่จะถือว่าอยู่ในบรรยากาศการตามรอยการ์ตูนแนวภัยพิบัติ อย่างต้องรอด หรืออีกหลายๆเรื่องได้อยู่เหมือนกันนะครับ (ฮา)

ตะลอนตามรอยการ์ตูนต้องรอด ของ อ. ทาคาโอะ ไซโต้ Takao Saito

ตะลอนตามรอยการ์ตูนต้องรอด ของ อ. ทาคาโอะ ไซโต้ Takao Saito

ตะลอนตามรอยการ์ตูน Servival

ตะลอนตามรอยการ์ตูนต้องรอด ของ อ. ทาคาโอะ ไซโต้ Takao Saito

ที่จริงเราต้องยอมรับว่า การเดินทางไปเที่ยวญี่ปุ่นในบางช่วงนั้น เราเดาไม่ได้เลยว่าจะมีพายุเข้าหรือไม่ และถ้าระหว่างทางที่เราไปเที่ยวนั้นเกิด พายุไต้ฝุ่นที่ญี่ปุ่น Typhoon ขึ้น เราจะวางแผนจัดการอย่างไรให้เหมาะสมครับ วันที่วางแผนเดินทางเดิมนั้นผมจะไปถึงเย็นวันที่ 14 และพักโซนคันไซ เพื่อเก็บข้อมูลในพื้นที่โอซาก้า osaka เกียวโต Kyoto โกเบ Kobe ทสีรุกะ Tsuruga ราว 3 วัน จนถึงวันที่ 16 แล้วแวะไป ทตโทริ 2 วัน 17-18 ก่อนที่จะย้อนไปโตเกียว เก็บรายละเอียดของโดราเอมอน และการ์ตูน 2-3 เรื่อง อีก 5 วัน

ตะลอนตามรอยการ์ตูน

เส้นทางตะลอนตามรอยการ์ตูน ผ่านการบินไทย TG 622 ถึงเช้าวันที่ 14 กันยายน 2556

ตะลอนตามรอยการ์ตูน

ตะลอนตามรอยการ์ตูน ผ่านการบินไทย TG 622 ถึงเช้าวันที่ 14 กันยายน 2556

ถ้าดูตามแผนการเดินทางแล้วจะเห็นว่าอยู่ในพื้นที่ พายุไต้ฝุ่น พัดผ่านพอดีตั้งแต่วันที่ 16 เช้าเลยทีเดียวครับ แต่โชคดีตรงที่ว่า ผู้เขียนชอบติดตามข่าวพยากรณ์อากาศทุกเช้า ซึ่งที่จริงก็ไม่มีอะไรมากแค่ดูว่าฝนตกไม่ตกช่วงไหนเท่านั้นเอง จะได้วางแผนไปเก็บภาพได้สะดวก เพราะกล้องไม่ถูกกับฝน

ฟ้าตอนเย็นเริ่มครึ้มเล็กๆ เมฆหนาแน่น

ท้องฟ้าเกียวโต ตอนเย็นเริ่มครึ้มเล็กๆ เมฆหนาแน่น

ปรากฏว่าวันที่ 15 ดูสภาพอากาศทางเกียวโตทางที่กำลังพักอยู่ว่าไม่เป็นใจเท่าไหร่ ฝนตก และค่อยๆ ตกหนักขึ้นเรื่อยๆ กฏของผม คือไม่อยู่ในที่ๆ มีฝนตกหนัก ไปเที่ยวเมืองอื่นก่อนดีที่สุด (โโยไม่รู้ว่าเพราะกฏข้อนี้ทำให้รอดพายุไต้ฝุ่นไปอย่างหวุดหวิดในเวลาต่อมา)

เช้าวันที่ 15 เกียวโต ก่อนพายุ มานยี่ เข้า

เช้าวันที่ 15 เกียวโต ก่อนพายุ มานยี่ เข้า

ว่าไม่อยุ่ก็ไปเลยครับ ก็เลยปรับแผน 2 ปรับเส้นทางไปจุดที่ฟ้าใสก่อน นั่นคือทางทตโทริ สลับเส้นทางในแผน สลับวัน แล้วก็ออกเดินทางไปวันนั้นเลย โดยไปทางโอกายาม่า okayama ก่อนที่จะต่อไป โยนาโงะ Yonago และ ซาไกมินาโต้ Sakaiminato ดินแดนแห่ง ผีน้อยคิทาโร่ รวมทั้งเลยไปเก็บข้อมูลของนักสืบน้อยโคนัน 名探偵コナン และเมืองแห่งโคนัน ที่สถานี ยูระ Yura เป้าหมาย คือ The Gosho Aoyama Museum บ้านเกิดของ 青山 剛昌 อ.อาโอยาม่า โกโช Aoyama Gosho 2 (ซึ่ง 2 เรื่องนี้รอติดตามรีวิวอย่างละเอียดที่นี่ ในตอนต่อไปครับ)

ตะลอนตามรอยการ์ตูน ใน ทตโทริ

ตะลอนตามรอยการ์ตูน ใน ทตโทริ Tottori

ซึ่งถือว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องมากๆเพราะระหว่างเดินทาง พายุฝนก็เริ่มมาเรื่อยๆ จนกระทั่งเดินทางไปถึงโอคายาม่าก็ยังมีฝนตลอดทาง

สภาพอากาศ ก่อนพายุ มานยี่ เข้าญฐี่ปุ่น

สภาพอากาศ ก่อนพายุ มานยี่ เข้าญฐี่ปุ่น

จนกระทั่งตัดขึ้นไปทางทตโทริ ก็เบาลงบ้าง มีแค่ฝนบางๆนิดหน่อย ทำให้เดินเที่ยวเก็บข้อมูลของผีน้อยคิทาโร่ ในวันนั้นได้อย่างราบรื่น หลังจากนั้นพอกลับมาพักที่ โยนาโงะ Yonago ก็เจอ ปลายๆ พายุไต้ฝุ่น แต่ก็ยังค่อนข้างแรงขนาดร่มแทบหลุดจากมือ แต่ว่าพอเข้าที่พักก็สบายๆ ชิวๆมาก ทานอาหารเสร็จก็เปิดช่องข่าวทิ้งไว้ เลยทราบว่า ขณะเดียวกันนั้นพายุไต้ฝุ่น มานหยี่ ที่มีความเร็วลม 162 กม./ชม. พัดขึ้นฝั่งที่เมืองโทโยฮาชิ จังหวัดไอจิ

สภาพอากาศ ตอนพายุ มานยี่ เริ่มเข้าญี่ปุ่น

สภาพอากาศ ตอนพายุ มานยี่ เริ่มเข้าญี่ปุ่น

อิทธิพลของพายุทำให้เกิดฝนตกหนักทั้งในภาคกลางและตะวันตกมากกว่า 500 มิลลิเมตร และสำนักงานอุตุนิยมวิทยาได้ประกาศเตือนภัยพายุทั้งในจังหวัด ชิงะ เกียวโต และฟุกุอิ ประชาชนเกือบ 5 แสนคนได้รับคำสั่งหรือคำแนะนำให้อพยพออกจากพื้นที่เสี่ยงในหลายจังหวัด นอกจากนี้ยังมีคำเตือนเสี่ยงเกิดคลื่นสูงเกือบ 10 เมตร นอกชายฝั่งแปซิฟิกตั้งแต่ฝั่งตะวันออกถึงตะวันตกของญี่ปุ่น

สภาพอากาศตอนพายุ มานยี่ เริ่มเข้าญี่ปุ่น

อิทธิพลของพายุทำให้เกิดฝนตกหนักทั้งในภาคกลางและตะวันตกมากกว่า 500 มิลลิเมตร

สภาพอากาศตอนพายุ มานยี่ เริ่มเข้าญี่ปุ่น

สภาพอากาศตอนพายุ มานยี่ เริ่มเข้าญี่ปุ่น

สภาพอากาศตอนพายุ มานยี่ เริ่มเข้าญี่ปุ่น

สภาพอากาศตอนพายุ มานยี่ เริ่มเข้าญี่ปุ่น

นอกจากนั้น พายุยังทำให้สายการบินต้องยกเลิกเที่ยวบินในประเทศรวมกว่า 550 เที่ยว และรถไฟหัวกระสุนสายหลักอย่างโทไกโด ต้องระงับให้บริการบางเที่ยว เนื่องจากกระแสลมแรงเกินระดับมาตรฐานความปลอดภัย

สภาพอากาศตอนพายุ มานยี่ เริ่มเข้าญี่ปุ่น

สภาพอากาศตอนพายุ มานยี่ เริ่มเข้าญี่ปุ่น

สภาพอากาศตอนพายุ มานยี่ เริ่มเข้าญี่ปุ่น

สภาพอากาศตอนพายุ มานยี่ เริ่มเข้าญี่ปุ่น

จุดที่สำคัญที่ผมดูเป็นหลัก ติดตามอย่างใกล้ชิด คือ ทิศทางของพายุครับ จากรายงานข่าว พายุจะเคลื่อนตัวถึงภาคตะวันออกรวมถึงกรุงโตเกียว และภาคเหนือ ดังนั้นตามแผนวันถัดไปจึงเปลี่ยนตามสถานการณ์ เป็นการเดินเที่ยวทะเลทรายของทตโทริ และพิพิธภัณฑ์ทราย แทน จะเห็นได้ว่าเวลาที่เราจัดแผนเดินทางนั้น จะต้องยืดหยุ่นไว้บ้าง พร้อมรับปรับเปลี่ยนกับการเปลี่ยนแปลงเฉพาะอย่างเช่นภัยพิบัติ ไปจนถึงเหตุการณ์ฉุกเฉินต่างๆ

ติดตามเส้นทางพายุมานยี่ก่อนวางแผนการเดินทาง

ติดตามเส้นทางพายุมานยี่ก่อนวางแผนการเดินทาง

ติดตามเส้นทางพายุมานยี่ก่อนวางแผนการเดินทาง

ติดตามเส้นทางพายุมานยี่ก่อนวางแผนการเดินทาง

ดังนั้นประเด็นแรกที่อยากให้สนใจเสมอ คือ ถ้ามีเวลาว่างก็ควรจะติดตามข่าวทางทีวีบ้าง เปิดทิ้งไว้ไม่ดูก็ได้ แต่ว่าถ้ามีอะไรฉุกเฉิน เช่น พายุไต้ฝุ่นที่ญี่ปุ่น ทีวีญี่ปุ่นจะแจ้งให้ทราบเร็วมาก เราจะได้วางแผนใหม่ได้ทันท่วงที เช่น ถ้าอยู่ในพื้นที่เสี่ยงก็ควรจะออกจากพื้นที่ทันทีที่มีโอกาส ควรกันไว้ดีกว่าแก้ และไม่ประมาทเป็นดีที่สุด เนื่องจากหากเจ็บป่วยหรือบาดเจ็บขึ้นมา ค่ารักษาพยาบาลในญี่ปุ่นสำหรับชาวต่างชาติแพงมากๆ (ถ้าซื้อประกันสำหรับนักท่องเที่ยวไว้ก็ถือเป็นทางเลือกหนึ่งนะครับ)

ถ้าติดตามข่าว พายุไต้ฝุ่นที่ญี่ปุ่น และปรับแผนการเดินทางยืดหยุ่นได้ตลอด รับรองว่าคุณจะเดินทางได้อย่างสนุกและปลอดภัยตลอดเส้นทางครับ

ปล.เกร็ดน่ารู้ พายุมานยี่ Man-yi 萬宜 / 万宜 เป็นชื่อที่ ทางฮ่องกง ตั้ง เป็นชื่อช่องแคบ ปัจจุบันใช้เป็นอ่างเก็บน้ำ อยู่ในรายชื่อชุดที่ 2 เสนอโดยสมาชิก (จำนวน 14 ประเทศและดินแดน) ของคณะกรรมาธิการไต้ฝุ่นขององค์การอุตุนิยมวิทยาโลก เป็นพายุลูกที่ 26 ของปีนี้ ส่วนหวู่ติ๊บ เป็นลูกที่ 30 ติดตามรายละเอียดอ่านได้ที่บลอก Trachoo.com ครับ

ปล.2 Tokyo น้ำไม่ท่วม เพราะ “อุโมงค์ยักษ์” ชื่อ “G – Can” ที่ฝังตัวอยู่ใต้กรุง Tokyo, ด้วยการระดมเงินรัฐฯ มูลค่า 3 พันล้านเหรียญ สร้างเป็นห้องเก็บน้ำความสูงเท่าตึก 5 ชั้น ตั้งแต่ปี 1992 หรือ 11 ปีก่อนหน้านี้ สนใจตามไปอ่านที่นี่ครับ Super typhoon in Tokyo

28 Sep

เที่ยวญี่ปุ่น Biei Hokkaido ตะลอนตามรอยการ์ตูน สิงห์นักปั่น

เที่ยวญี่ปุ่น ตะลอนตามรอยการ์ตูนรอบนี้ พาไปถึง บิเอ Biei ฮอกไกโด Hokkaido ครับ ถือโอกาสตามรอยสิงห์ และสิงห์นักปั่นด้วยไปพร้อมๆกัน ในฐานะที่ Singha เป็นสปอนเซอร์สนับสนุนให้ทริปนี้เกิดขึ้นได้ ก็ต้องเก็บอะไรดีดีมาฝากกันหน่อยครับ

หลายๆ คนที่ติดตามการ์ตูนกีฬา ไม่น่าพลาดอ่านการ์ตูนเกี่ยวกับการแข่งขันจักรยาน ตั้งแต่ สิงห์นักปั่น / Rindo / Odds / อาโอบะ 2ล้อสู่ฝัน และอีกหลายเรื่องมาจนถึง โอตาคุน่องเหล็กนะครับ วันนี้เราจะพาไปตะลอนตามรอยการ์ตูน ถึงที่ ญี่ปุ่น กันครับ

ตามรอย สิงห์นักปั่น

ตามรอย สิงห์นักปั่น

เรื่องสิงห์นักปั่น นี่เป็น ผลงานของโซดะ มาซาฮิโตะครับ ซึ่งเป็นเรื่องราวของเด็กหนุ่มที่ชอบขี่จักรยานมากที่เติบโตในเมืองแห่งเนิน ชื่อ”โนโนมูระ เทรุ” และโรงเรียนคาเมโค ที่โยโกฮาม่า สู่โลกแห่งการแข่งจักรยานแบบ Road Race

การ์ตูนเรื่องสิงห์นักปั่น

จากการ์ตูนเรื่องสิงห์นักปั่น

เวลาที่เราได้อ่านเรื่องราวการแข่งขันจักรยาน เราจะนึกสงสัยว่าบรรยากาศการแข่งขันจริงๆ มันเป็นยังไง ผมเองก้เป็นแบบนั้นครับ อิน ชอบปั่นจักรยาน และอยากสัมผัสบรรยากาศจริงๆ สักครั้ง

วันนี้พอทราบข่าวว่ามีปั่นจักรยานที่ บิเอ ก็ ตรงแน่วจากโตเกียวไปถึง บิเอ เพื่อเก็บภาพและซึมซับบรรยากาศการแข่งขัน ของ สิงห์นักปั่น จักรยานทั้งหลายจริงๆ เพื่อซึมซับให้บรรยากาศจริงกับหนังสือการ์ตูนเป็นเนื้อเดียวกัน ต้องใช้เวลาเดินทางราว 12 ชม. ทางรถไฟ ไปถึงคำแล้ว ได้พักที่ ฟุราโน่ ครับ

Alpine Backpacker

Alpine Backpacker

Alpine Backpacker

Alpine Backpacker

Alpine Backpacker

Alpine Backpacker

บรรยากาศที่พักฟินมาก ชื่อ Alpine Backpacker อยากบอกว่าสุดยอดมากๆ น่าไปพักกันหลายๆ คน ใกล้ๆ มีผับปาร์ตี้ได้ด้วย

Alpine Backpacker

Alpine Backpacker

Alpine Backpacker Furano

Alpine Backpacker Furano

Furano

Furano

งานนี่ชื่อ Biei Century Ride ครับ จากฟุราโน่ เราต้องไปที่ บิเอ เพื่อที่จะไปเก็บเกี่ยวบรรยากาศ

Biei Century Ride

Biei Century Ride

Biei Century Ride

Biei Century Ride

มีนักปั่นจากทีมสิงห์ จากรายการเรื่องจริงผ่านจอสเปเชียลมาลงด้วย บวกกับอากาศดีดี และบรรยากาศจริงๆ ได้บรรยากาศดีมากๆเลย

เรื่องจริงผ่านจอสเปเชียล

เรื่องจริงผ่านจอสเปเชียล

มาชมบรรยากาศคร่าวๆครับก่อนไปติดตามชุดเต็มในรายการเรื่องจริงผ่านจอสเปเชียลกันอีกที

ถ้ามีโอกาสจะเก็บบรรยากาศมาฝากอีกครับ

20 Jul

แชร์ประสบการณ์ Narita Express (NEX) จากสนามบินเข้าโตเกียว อิเคบุคุโระ

ปัจจุบันจากสนามบิน นาริตะ เรามีเส้นทางเข้าเมืองให้เลือกค่อนข้างเยอะนะครับตอนนี้ ใครที่จองที่พักโรงแรมหลักๆ ที่ Airport Limousine Bus ผ่าน สะดวกมาก เพราะเส้นทางรถมีไปส่งถึงหน้าโรงแรมเลย

แต่รอบนี้ไปเซอร์เวย์ เส้นทาง ตะลอนตามรอยการ์ตูน ครับ จุดหมายแรกคือไปที่  Tokiwa So และ Nerima ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของประวัติศาสตร์การ์ตูนยุคของ นักเขียนเลือดใหม่ ในยุค 1954 ซึ่งประกอบไปด้วยนักเขียนในตำนาน อย่าง Testsuka Osamu ,Fujio Fujiko ,Ishinomori Shotaro ฯลฯ

ผมดูจากจุดที่เดินทางจะต้องเดินสำรวจในละแวก เมืองเนริมะ และโทกิวะ โซ ซึ่งเป็นพื้นที่แรกที่จะเริ่มต้นเก็บข้อมูลแล้ว จุดที่พักที่สะดวกน่าจะเป็นที่ โทชิม่า อิเคบุคุโระ ก็เลยเลือกพักที่ Sakura Hotel ที่ Ikebukuro ครับ (ที่นี่เข้าออกได้ตลอด 24 ชม.) และวันที่ 1 กค. โโยสายการบินไทย เที่ยวเช้ามาถึงบ่าย กว่าจะออกมา ถ่ายเก็บข้อมูล ผ่าน ตม.ออกมา ในทรปเข้าเมืองไม่ใช้วีซ่า ก็เย็นแล้ว ถ้าไม่รีบเข้าเมืองก็จะอดเดินเที่ยวคืนแรก ก็เลยตัดสินใจเลือก Narita Express (NEX) จากสนามบินเข้า สถานีอิเคบุคุโระ โดยตรง ต่อเดียวถึง (ไม่ยุ่งยากต่อรถ) ออกจากสถานีก็เดินเข้าโรงแรมได้เลย

Narita Express

เส้นทางสีแดง คือ Narita Express ครับ

นาริตะเอ็กเพรส (NEX) ในช่วงค่ำ ๆ ยังมีแยกขบวนอีกที วิ่งไปสุดทางแถว ทาคะโอะ หรือ โอมิยะ ด้วยนะครับ (สังเกตที่เส้นสีแดงในภาพแรก จะมีเส้นแยกอันเล็กๆ) อันนี้คือข้อดี ของการเดินทางของ Narita Express (NEX) ที่รองรับการไปสุดทางหลายจุด เวลาเราซื้อตั๋ว พนง.เค้าจัดให้เรียบร้อยแล้วนะครับ อย่าไปอยู่ผิดตู้แล้วกัน (ฮา) อย่างผม ได้ตั๋วที่ตู้ 11 แต่แอบไปถ่ายที่ตู้ 12 ก่อนเพราะตู้ 12 ว่างมากไม่มีคน แล้วค่อยกลับมานั่งที่ ตู้ 11 ครับ 555

กลับมาที่ราคาตั๋ว นาริตะเอ็กเพรส (NEX) นี่ ราวสามพันกว่าเยนครับ ถ้าดุ่ย ๆ ไปซื้อที่เคาเตอร์เลยไม่ได้ซื้อ JR Pass (ได้นั่งฟรี) หรือไม่ได้ซื้อตั๋ว N’EX Package ก็ต้องควักจ่ายกันขั้นต่ำที่ 3,110 เยน แต่ข้อดีสำหรับผมคือใช้เวลานั่งไม่นานประมาณชั่วโมงนึงก็ถึงแล้ว ต่อเดียวถึง และได้มีเวลาเดินเที่ยวยามค่ำแถมอีกหน่อย

000IMG_1022

จากจุดที่เราซื้อตั๋ว จากสนามบิน เราเดินลงไปที่สถานีรถไฟฟ้า JR อยู่ฝั่งขวามือ ลงไปสาย  สาย นาริตะเอ็กเพรส (NEX) ก็จะอยู่ทางขวามือครับ

ลงไปจากสนามบิน ถึงสถานีด้านล่าง สาย นาริตะเอ็กเพรส (NEX) อยู่ฝั่งซ้ายมือ

ลงไปจากสนามบิน ถึงสถานีด้านล่าง สาย นาริตะเอ็กเพรส (NEX) อยู่ฝั่งขวามือ

N’EX

N’EX มีที่นั่งให้เลือก 2 แบบ คือ ตู้ธรรมดา เบาะหุ้มผ้าดำขอบแดง กับ Green Car (ที่นั่งชั้น 1) เบาะหนังแท้สีดำ ครับ ราคาต่างกันอีกพันเยน ภาพนี้คือ ตู้ธธรรมดาครับ

N’EX มีที่นั่งให้เลือก 2 แบบ คือ ตู้ธรรมดา เบาะหุ้มผ้าดำขอบแดง กับ Green Car (ที่นั่งชั้น 1) เบาะหนังแท้สีดำ ครับ ราคาต่างกันอีกพันเยน

N’EX มีที่นั่งให้เลือก 2 แบบ คือ ตู้ธรรมดา เบาะหุ้มผ้าดำขอบแดง กับ Green Car (ที่นั่งชั้น 1) เบาะหนังแท้สีดำ ครับ ราคาต่างกันอีกพันเยน ภาพนี้คือ ตู้ Green Car ครับ ที่นั่งเบาะหนัง ต่างกันแค่นี้แหละ

จุดสังเกตที่น่าสนใจ และข้อดี

1. มีที่วางกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่ด้านท้ายโบกี้ พร้อมสายกุญแจตั้งลอครหัสตัวเลข คล้องเก็บกระเป๋าได้ พร้อมมีกล้องวงจรปิดไว้ตรงที่วางกระเป๋าเดินทางตรวจสอบและป้องกันมิจฉาชีพแอบมาเปิดกระเป๋าผู้โดยสาร

Narita Express

มีที่วางกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่ด้านท้ายโบกี้ พร้อมสายกุญแจตั้งลอครหัสตัวเลข คล้องเก็บกระเป๋าได้ พร้อมมีกล้องวงจรปิดไว้ตรงที่วางกระเป๋าเดินทางตรวจสอบและป้องกันมิจฉาชีพแอบมาเปิดกระเป๋าผู้โดยสาร

Narita Express

มีที่วางกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่ด้านท้ายโบกี้ พร้อมสายกุญแจตั้งลอครหัสตัวเลข คล้องเก็บกระเป๋าได้ พร้อมมีกล้องวงจรปิดไว้ตรงที่วางกระเป๋าเดินทางตรวจสอบและป้องกันมิจฉาชีพแอบมาเปิดกระเป๋าผู้โดยสาร

2. ใต้เบาะ มีพื้นที่ไว้ให้สามารถวางกระเป๋าได้สะดวกขึ้น เอาใบใหญ่ไปใส่ที่ลอคไว้ แล้วเอาใบเล็กมาไว้ใต้ที่นั่งสะดวก

 

N’EX มีที่นั่งให้เลือก 2 แบบ คือ ตู้ธรรมดา เบาะหุ้มผ้าดำขอบแดง กับ Green Car (ที่นั่งชั้น 1) เบาะหนังแท้สีดำ ครับ ราคาต่างกันอีกพันเยน

N’EX มีที่นั่งให้เลือก 2 แบบ คือ ตู้ธรรมดา เบาะหุ้มผ้าดำขอบแดง กับ Green Car (ที่นั่งชั้น 1) เบาะหนังแท้สีดำ ครับ ราคาต่างกันอีกพันเยน

3. ระยะห่างระหว่างเบาะแต่ละแถว 102 ซม. ในตู้ธรรมดา และ 116 ซม. สำหรับตู้ Green Cars (ตู้นั่งชั้น 1) ทำให้นั่งสบายขยับลุกนั่งสะดวก ไม่อึดอัด โดยเฉพาะคนตัวโตๆ 555

4. มีปลั๊กไฟให้เสียบชาร์ตอุปกรณ์ไฟฟ้าระหว่างการเดินทาง ข้างเบาะนั่ง (ไฟ 110 V ปลั๊กหัวแบน

naritaexpressIMG_5379-025

5. มีจอ LCD จอใหญ่ยักษ์อยู่บนเพดานห้องโดยสาร แสดงข้อมูลการเดินรถ 4 ภาษา ญี่ปุ่น อังกฤษ จีน เกาหลี พร้อมรายงานสภาวะอากาศ อและข้อมูลที่เป็นประโยชน์ + โฆษณา

naritaexpressIMG_5390-014

naritaexpressIMG_5380-009

6. ระบบช่วงล่างและระบบรองรับแรงสั่นสะเทือนระหว่างตู้โบกี้ วิ่งนิ่งเรียบไร้แรงสะเทือนรุนแรงรบกวน นิ่มนวลชวนนอน สบายเรียบนิ่งตลอดเส้นทาง พร้อมโครงสร้างภายในห้องโดยสารถูกออกแบบป้องกันเสียงรบกวนจนเงียบ(เกือบสนิท)

naritaexpressIMG_5382-010

สุดท้ายที่ประทับใจคงเป็นเรื่องของ การออกแบบปรับระดับความสูงของพื้นทางเดินตรงประตูรถเพิ่มอีก 5 ซม. ให้ใกล้เคียงกับความสูงของชานชลา คนพิการใช้รถเข็นสามารถขึ้นโบกี้ได้สะดวก แถมมีห้องน้ำสำหรับผู้พิการนั่งรถเข็นด้วย สุดยอดๆ

สุดท้ายที่ประทับใจคงเป็นเรื่องของ การออกแบบปรับระดับความสูงของพื้นทางเดินตรงประตูรถเพิ่มอีก 5 ซม. ให้ใกล้เคียงกับความสูงของชานชลา คนพิการใช้รถเข็นสามารถขึ้นโบกี้ได้สะดวก แถมมีห้องน้ำสำหรับผู้พิการนั่งรถเข็นด้วย สุดยอดๆ

สุดท้ายที่ประทับใจคงเป็นเรื่องของ การออกแบบปรับระดับความสูงของพื้นทางเดินตรงประตูรถเพิ่มอีก 5 ซม. ให้ใกล้เคียงกับความสูงของชานชลา คนพิการใช้รถเข็นสามารถขึ้นโบกี้ได้สะดวก แถมมีห้องน้ำสำหรับผู้พิการนั่งรถเข็นด้วย สุดยอดๆ

naritaexpressIMG_5396-034naritaexpressIMG_5372-019naritaexpressIMG_5370-021naritaexpressIMG_5368-006

naritaexpressIMG_5410-045

เกร็ดน่ารู้ที่สำคัญมากๆ สำหรับการซื้อ N’EX Package สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ

เราซื้อ N’EX Package ในราคา 3,500 เยน สำหรับตู้ปกติ และ 5,000 เยน สำหรับ Green Car
จะได้บัตรนั่ง N’EX เข้าเมือง 1 เที่ยว จากสนามบินไปลงสถานีไหนก็ได้ ตั้งแต่ โตเกียว ชินจุกุ ชิบุย่า หรือ อิเคะบุคุโระ และในราคานี้ เราจะได้แถมบัตร Suica มูลค่า 2,000 เยน มาให้ 1 ใบ

พิเศษกว่านั้นคือ N’EX Package แบบ 2 เที่ยว นั่งไป-กลับ ให้ด้วย ในราคาสุดคุ้มที่ 5,500 เยนสำหรับตู้ปกติ และ 8,000 เยน สำหรับตู้ Green Car ตกแล้วราคาค่าตั๋ว N’EX จากราคาปกติไปกลับร่วม 6 พันกว่านเยน จะเหลือแค่เที่ยวละ 1,750 เยนทุกเส้นทาง คุ้มสุดๆครับ

N’EX Package จะมีขายเฉพาะที่ Travel Service Center และ เคาเตอร์ขายตั๋วของ JR East ที่ชั้นใต้ดินของสถานีรถไฟของสนามบินนาริตะทั้ง 2 แห่งเท่านั้นนะครับ ไม่มีขายที่สถานีอื่น

Suica N'EX   Narita Express

http://www.jreast.co.jp/e/nex/suica_nex.html

ถึงอิเคบุคุโร่แล้ว ขอเอากระเป๋าไปเก็บ และเดินเที่ยว อิเคบุคุโระยามค่ำคืนก่อนนะครับ

naritaexpressIMG_5407-039 naritaexpressIMG_5408-043

naritaexpressIMG_5416-051

naritaexpressIMG_5415-050 naritaexpressIMG_5414-049 naritaexpressIMG_5413-048 naritaexpressIMG_5412-047

 
ที่พักของค่ำคืนนี้ครับ โรงแรม Sakura Hotel คืนนี้ ตามข้างล่างนี้


 

19 Jul

ไปญี่ปุ่นเพื่อทำการบ้าน เซอร์เวย์ Manga Trip ตะลอนตามรอยการ์ตูน เที่ยวนี้ ประทับใจ เป็นพิเศษกับเมนู “ปลาไหลย่างกับข้าวสวยญี่ปุ่น” บนเครื่อง ของการบินไทย ระหว่างการเดินทางครับ

เมนู “ปลาไหลย่างกับข้าวสวยญี่ปุ่น” บนเครื่อง ของการบินไทย

ปกติเป็นคนชอบทานอาหารญี่ปุ่นอยู่แล้ว แล้วหน้าร้อนรอบนี้ก็ตั้งใจจะไปทานข้าวหน้าปลาไหลที่ญี่ปุ่นด้วย เพราะธรรมเนียมญี่ปุ่นธรรมเนียมนึง คือการทาน ข้าวหน้าปลาไหล ในหน้าร้อน มาเจอกันบนเครื่องก่อนเลย ถูกใจมาก

ลองมาค้นดูที่มาที่ไปว่าเมนูนี้มายังไง ก็ไปพบว่า เป็นเมนูพิเศษ บนเที่ยวบินสู่ประเทศญี่ปุ่นตลอดเดือนกรกฎาคมนี้ ผมที่เดินทางในวันแรก วันที่ 1 กค. เที่ยวบินแรกของการบินไทยเช้านั้นก็เลยได้ประเดิมอะไรอร่อยๆ เป็นโชคไป รู้สึกว่าหมดเดือน กค. เมนูนี้ก็จบเลย หมดแล้วหมดเลยไปพร้อมกับหน้าร้อน

การบินไทยให้บริการเที่ยวบินตรงจากกรุงเทพฯ ไปซัปโปโร

น่าเสียดายนิดที่ไม่ได้ชิม ของหวานด้วย “มูสเค้กถั่วแดง” ที่สร้างสรรค์โดยเชฟ Hiroshi Masuda ตามโครงการ Chef Gallery 2 : Japanese Cuisine เพราะเฉพาะเมนูนี้เสริฟ บน TG660 และ TG672 เท่านั้น อยากรู้ว่าจะขนาดไหน อันนี้อารมณ์ประสาคนชอบกิน ชอบชิมโดยแท้

การบินไทยให้บริการเที่ยวบินตรงจากกรุงเทพฯ ไปซัปโปโร การบินไทยให้บริการเที่ยวบินตรงจากกรุงเทพฯ ไปซัปโปโร การบินไทยให้บริการเที่ยวบินตรงจากกรุงเทพฯ ไปซัปโปโร การบินไทยให้บริการเที่ยวบินตรงจากกรุงเทพฯ ไปซัปโปโร การบินไทยให้บริการเที่ยวบินตรงจากกรุงเทพฯ ไปซัปโปโร

แต่ยังไง มีแปลนจะไปเที่ยวญี่ปุ่นอีกรอบ ว่าจะไปเที่ยว ซัปโปโร ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงครับ ไปเก็บข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวที่เกี่ยวโยงกับการ์ตูนญี่ปุ่น ทางฮอกไกโด เห็นว่า การบินไทยให้บริการเที่ยวบินตรงจากกรุงเทพฯ ไปซัปโปโร ด้วยเพิ่งเปิดให้บริการ อาจจะได้ลองชิมอะไรใหม่ๆ สำหรับฤดูไบไม้ร่วงเหมือนคราวนี้ก็ได้

 

 

13 Jul

ปลูกข้าวในอาคาร ใจกลางโตเกียว

Studio Zero : Fujiko Fujio & His friends.

Studio Zero : Fujiko Fujio & His friends.

ช่วงนี้ กำลังทำการบ้านโปรเจค ตะลอนตามรอยการ์ตูน อยู่ครับ พยายามรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการ์ตูนหลายเรื่องและไปตามเก็บ ตรวจสอบข้อมูลในพื้นที่จริง และวันนี้ก็ไปเดินเล่นใจกลางโตเกียว ชินจูกุ – ฮาราจูกุ และละแวกใกล้เคียง เพื่อตามหา สตูดิโอ ซีโร่ ในตำนาน ของ อาจารย์ ฟูจิโอะ ฟูจิโกะ กับผองเพื่อน อย่าง อ.อิชิโนโมริ โชทาโร่ อ.ซูซูกิ ที่ทำการ์ตูน อนิเมทีวี เรื่องแรก คือ อะตอม หรือเจ้าหนูปรมาณู ให้กับ อ.เทตสึกะ โอซามุ ครับ ต่อมาเรื่องนี้ถูกนำเอาเข้ามาฉายในไทยด้วย

ปีนี้ อ. ฮิโรชิ ฟูจิโมโตะ หรือที่ต่อมาเรารู้จักในนาม ฟูจิโอะ เอฟ ฟูจิโกะ ที่เกิดในปี 1933 ก็จะครบรอบ 80 ปี (1933-1996) ซึ่งทางญี่ปุ่นจะมีฉลองจัดงานที่ หอคอยโตเกียว กลางเดือน กค.นี้ ยาวไปจนถึงเดือน ตค. ผมเองก็เลยถือโอกาส 80 ปีนี้ทำอะไรที่คาใจมานานให้หายคาใจสักที ด้วยการไป ตะลอนตามรอยการ์ตูน ตามข้อมูลที่เรามีและเราอยากไปเห็นด้วยตา ของตัวเองมากมาย จุดแรกที่มีข้อมูลจริงๆ ที่เผอิญได้มาก็คือ ที่ สตูดิโอซีโร่ นี่ละครับ

เกร็ดน่ารู้เรื่องแรกที่ค้นมาก็คือ  นามปากกา  ฟูจิโอะ ฟูจิโกะ
มาจาก ชื่อทั้ง 2 ท่านรวมกัน คือ ฮิโรชิ ฟูจิโมโตะ และ โมโตโอะ อาบิโกะ
ฮิโรชิ ฟูจิโมโตะ และ โมโตโอะ อาบิโกะ  เป็น ฟูจิโอะ ฟูจิโกะ

นามปากกานี้ ฟูจิโอะ ฟูจิโกะ ใช้ทำงานร่วมกัน ตั้งแต่การ์ตูนเรื่อง ผีน้อยคิวทาโร่
และต่อมาพวกเขาก็ร่วมมือกันตั้งสตูดิโอที่ชื่อ ‘The Studio-zero’ ในปี 1963 เริ่มแรกเพื่อผลิตการ์ตูนให้กับ อ.เทตสึกะ โอซามุ เรื่อง อะตอม ก่อนที่ อ.เทตสึกะ โอซามุจะจัดตั้ง มุชิ โปรดั๊กชั่น ขึ้นมาดูแล และต่อมาหลังจากในปี 1964 นามปากกา ฟูจิโอะ ฟูจิโกะ ประสบความสำเร็จกับหนังสือการ์ตูนเรื่อง ผีน้อยคิวทาโร่ (Obake-no Qtaro) ที่ลงในนิตยสาร โชเน็น ซันเดย์ ก็ผลิตการ์ตูนของตัวเองอย่างผีน้อยคิวทาโร่ ออกอากาศ โดยใช้สตูดิโอซีโร่ เป็นที่ผลิตการ์ตูนอนิเมชั่นของตนเองในเวลาต่อมาด้วยครับ ถือเป็นช่วงคลื่นลูกแรกของกระแสบูม ของอนิเมทางทีวี

ย้อนกลับมาที่ที่สตูดิโอ ซีโร่ ซึ่งพอดีผมได้ที่ตั้ง ดั้งเดิมมา ก็เลยอยากไปเดินหาจริงๆ ซึ่งทั้งที่ทราบว่าตึกเดิมถูกทุบทิ้งไปแล้วก็ยังอยากไป ณ จุดๆ นั้นสักครั้ง เป็นความต้องการต้องการส่วนตัวที่บ้าบอสิ้นดี แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังจะไป..(ฮา) ได้เอาไปโพสต์เล่าในพันทิปด้วยนะครับ สนใจตามไปอ่านกัน  http://pantip.com/topic/30692559

ตึกที่ว่าการเมืองโตเกียว

ผ่านไปเที่ยวญี่ปุ่น เดินเที่ยวโตเกียวรอบนี้ ไปเจอตึกอาคารสำนักงานใหญ่ Pasona ที่มีคอนเซปต์น่าสนใจมากๆ แต่ว่าวันนั้นเวลากระชั้นมาก เลยตั้งใจว่ากลับมาจะค้นข้อมูลเพิ่มเติม และก็ได้ได้ข้อมูลจาก inhabitat เพื่อเอามาเล่าสู่กันฟังครับ

อ่านแล้วน่าทึ้งตรงที่ ตึกนี้ถูกพลิกโฉมในประเด็นการคิดแก้ปัญหาที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต เกี่ยวกับความสามารถผลิตอาหารเอง ในเมืองใหญ่ที่ปกติไม่สามารถผลิตอาหารเองได้  และสร้างพื้นที่สำหรับผลิตอาหารขึ้นมาภายในอาคาร เพื่อเพิ่มศักยภาพการพึ่งพาตนเองทางด้านอาหาร

มารู้จักตึกนี้กันดีกว่าว่ามีอะไรบ้าง
Pasona-HQ-Kono-Designs-13 Pasona-HQ-Kono-Designs-14 Pasona-HQ-Kono-Designs-21Pasona-HQ-Kono-Designs-31

จากอาคารสำนักงานเก่าแก่กว่า 50 ปี ถูกปรับปรุงใหม่โดยบริษัท Kono Designs เพิ่มผนังไม้เลื้อยรอบอาคาร เพื่อช่วยลดความร้อนที่จะเข้ามาภายใน และกลายเป็นแหล่งผลิตอาหารให้กับพนักงานที่อยู่ภายในบริษัท มีพื้นที่สำหรับผลิตอาหารภายในอาคาร สำหรับการปลูกผักและผลไม้กว่า 200 ชนิด ทั้ง บร็อกโครลี่ ผักกาดหอม มะเขือเทศ และสามารถปลูกข้าวบนนาเทียม โดยใช้ใช้แสงสังเคราะห์จากหลอดไฟฟ้าแทนแสงอาทิตย์ ชวนให้นึกถึงโดราเอมอน ตอนที่โนบิตะกับโดราเอมอน ชวนกันไปทำนาข้าวกันเองในบ้านมากๆ

โดราเอมอน เล่มที่ 2

โดราเอมอน เล่มที่ 2 หน้า 138 ตอนทำนาบนผืนเสื่อ ครับ

Pasona-HQ-Kono-Designs-51 Pasona-HQ-Kono-Designs-61

Pasona-HQ-Kono-Designs-41

Pasona-HQ-Kono-Designs-711 Pasona-HQ-Kono-Designs-91 Pasona-HQ-Kono-Designs-102

คิดๆ แล้วก็น่าทึ่ง ที่ญี่ปุ่นเค้าคิดอะไรก้าวหน้า คิดเผื่อกันซึ่งกันและกันไปจนถึงศักยภาพการผลิตอาหารในเมืองเพื่อเลี้ยงปากท้องผู้คน ที่อาจกลายเป็นต้นแบบในการผลิตอาหารในเมืองได้ในอนาคต จนสามารถปลูกข้าวได้ในอาคารจนเก็บเกี่ยวมาทานได้เรียบร้อย แต่ในประเทศไทยบ้านเรา ข้าวบ้านเรากลับกลายเป็นเรื่องที่ถูกเอานำมาใช้เป็นเรื่องการเมือง มุ่งจะปล่อยข่าวโจมตีกันโดยไม่คิดว่าจะสั่นสะเทือนประเทศไทยให้เสียภาพลักษณ์ไปในระดับโลก
Untitled-117

จนกระทั่งฟ้าหญิงท่านยังต้องทรงให้สถาบันวิจัยฯ ตรวจสอบและออกมาปกป้องประเทศ พระองค์ทรงอยู่เหนือการเมืองอย่างแท้จริง

เมื่อวันที่ 8 ก.ค. เวลา17.15 น.ตามเวลาท้องถิ่นของราชอาณาจักรสวีเดน สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เสด็จออก ณ โรงแรมที่ประทับ ณ กรุงสตอกโฮล์ม พระราชทานพระวโรกาสให้เอกอัครราชทูตไทยประจำ กรุงสตอกโฮล์ม นำข้าราชการสถานราชทูต และคนไทยที่อาศัยอยู่ในกรุงสตอกโฮล์มเข้าเฝ้าอย่างใกล้ชิด เนื่องในโอกาสเสด็จประกอบพระกรณีกิจ ณ ราชอาณาจักร สวีเดน

ในการนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงเป็นห่วงสถานการณ์ข้าวไทยที่มีบางประเทศในยุโรปเกรงว่าจะมีสารปนเปื้อนมา ในข้าว โดยมีพระดำรัสต่อคณะผู้เข้าเฝ้าว่า สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ทำการวิจัยเกี่ยวกับข้าวไทย ปรากฎว่า ข้าวไทยเป็นข้าวที่มีคุณภาพและไม่มีสารปนเปื้อน ซึ่งแตกต่างจากข่าวจากประเทศเพื่อนบ้านที่มีการปนเปื้อนจากสารหนู

“ข้าวไทยนั้นไม่มีสารพิษจริง ๆ เป็นข้าวที่มีคุณภาพ แต่ข้าวที่มีสารพิษนั้นเป็นข้าวต่างประเทศ โดยย้อมแมวว่าเป็นข้าวไทย ทำให้ต่างประเทศเข้าใจผิดว่าข้าวไทยมีสารพิษ อาร์ซีนิค คือสารหนูนั่นเอง สารพิษอาร์ซีนิคจะมีอยู่ในดิน ในน้ำ ทำให้สุขภาพเสีย ลุ่มแม่น้ำโขงก็มีมากมาย เพราะฉะนั้นต้นข้าวก็ต้องดูดเอาสารพิษนี้ขึ้นไป ข้าวของไทยนั้นขอให้พวกเราภูมิใจได้ว่าข้าวไทยเราเป็นข้าวคุณภาพ”

11 Jul

japan no visa ไปญี่ปุ่นแบบไม่ต้องขอวีซ่า ควรเตรียมอะไรบ้าง

วันนี้ 1 กค.) เดินทางมาเดินเล่นญี่ปุ่นได้เรียบร้อย ถึงจะดูฉุกละหุกสักหน่อย แต่สนุกครับ หลังจากที่เดิมกำลังวางโปรเจคใหม่ในฐานะ แฟนพันธุ์แท้ พาเที่ยว “ตะลอนตามรอยการ์ตูน” และกำลังอยู่ในช่วงการเก็บข้อมูลลงพื้นที่

ผู้ใหญ่ทางสิงห์ ได้ทราบข่าว และได้ตกลงให้การสนับสนุนโครงการนี้ให้เกิดขึ้นจริง และนำไปสู่ช่วงของการทำ Feasibility Study ให้เป็นจริงขึ้นมา

นอกจากนั้นเพื่อให้เกิดประโยชน์มากขึ้น ทางสิงห์ได้แนะให้ ผมถือโอกาสทดลองเดินทางในวันแรกที่เปิดการเข้าญี่ปุ่นแบบไม่ต้องขอ วีซ่า japan no visa เพื่อเก็บเรื่องราวที่น่าจะเป็นประโยชน์มาฝาก แฟนๆ ที่รักญี่ปุ่นได้เตรียมตัวให้พร้อม ให้ถูกต้องก่อนไปด้วย อันนี้ผมว่าดีมากเลย ตอบตกลงเพราะไหนๆจะไปอยู่แล้ว ก็ทำให้ได้ประโยชน์กับคนอื่นด้วย

ขอขอบคุณทาง สิงห์ สปอนเซอร์ใจดีที่สนับสนุนให้ทดลองเดินทางเพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์ japan no visa มาบอกเล่าเพื่อนๆที่กำลังจะคิดเตรียมตัวไปญี่ปุ่นในรูปแบบใหม่ตั้งแต่วันที่ 1 กค.นี้นะครับ

ภาพบันทึกการซื้อตั๋ว วันที่ 30 มิย. 2013 ก่อนออกเดินทางเช้าวันจันทร์ที่ 1 กค. ภายใต้สมมุติฐานว่า ถ้าเราจะเดินทางแบบปุบบับไปญี่ปุ่น แบบ japan no visa ใน 24 ชม. จะเป็นไปได้ไหม

1004046_10201461586920851_303517187_n

ที่จริงก็ใจตุ้มๆ ต่อมๆ เหมือนกันครับ ระหว่างอยู่บนเครื่องก่อนถึงญี่ปุ่นก็ได้เจอคนไทยหลายคน ส่วนมากถึงแม้จะเปิดให้ไม่ต้องขอวีซ่ามาได้แล้ว แต่ทุกคนเลือกทำวีซ่าก่อนมาเพื่อความชัวร์เนื่องจากเป็นวันแรก และไม่อยากผิดพลาดไม่ต้องเดินทางกลับ เจอแต่ละคนแล้วก็รู้สึกว่าอาจไม่น่าง่าย

000

ก่อนมาเมื่อวานก็ทำการบ้านทำแผนการเดินทาง และจองที่พักไว้ให้เรียบร้อย เผื่อทาง ตม.สอบถามจะได้ดูดีมีหลักการ แต่เอาเข้าจริงแล้วให้ความรู้สึกเหมือนเราไปเที่ยวเชียงใหม่ หรือภูเก็ตเลย เพราะผ่าน ตม.ชิวมากๆ ผ่าน ตม.ฉลุยแบบไม่ได้ใช้เอกสารที่เตรียมเพิ่มไว้เลย แบบว่าสะดวกราบรื่นจนตกใจครับ ตม.ที่นี่พร้อมรับกับคนไทยในวันแรกที่อนุญาตให้ไม่ต้องขอวีซ่ามากๆ แค่กรอกเอกสารที่ได้บนเครื่องตามปกติเท่านั้นเอง และก็รอคิวยื่นตามปกติครับ ญี่ปุ่นไปง่ายนิดเดียวแล้วตอนนี้ ดีที่ตัดสินออกเดินทางเที่ยวแรกของวันนี้เลย เพราะอยากเป็นคนไทยคนแรกที่ได้เข้าญี่ปุ่นแบบไม่ต้องขอวีซ่า (ฮา)

ขอขอบคุณ สปอนเซอร์ใจดีอย่าง สิงห์ ที่สนับสนุนทริปนี้นะครับ เคสตัวอย่างสดๆจากทริปนี้ น่าจะช่วยทำให้หลายๆ คนที่สนใจอยากเดินทางไปญี่ปุ่นโดยไม่ต้องขอวีซ่า มีความมั่นใจในการเดินทางมากขึ้น และขอย้ำนะครับเอกสารที่เตรียมสำหรับใช้ประกอบ ไม่ว่าจะต้องยื่นหรือไม่ก็ควรทำไว้ครับ เผื่อถ้าเกิดเขาถามถึงก็จะทำให้ราบรื่นง่ายขึ้น

วีซ่าประเภทนี้ใช้ได้ 15 วันนะครับ ถ้าวางแผนเที่ยวดีดี 15 วันนี่คุ้มมากๆ
แต่ถ้าอยากเที่ยวนานเกินกว่านี้ ยังต้องไปแบบเดิม คือ ยื่นเรื่องขอวีซ่าเหมือนเดิมครับ

มือใหม่ หัดไปครั้งแรก อาจงงๆหน่อยกับเอกสารกรอกที่แจกบนเครื่องก่อนลง 2 ใบ คือ ของ ตม. และ ศุลกากร อย่าลืมเตรียมตัว ผมแนบไกด์ไว้ให้แล้วด้านล่าง

ไปญี่ปุ่นไม่ต้องขอวีซ่าแล้วครับ สำหรับท่องเที่ยว 15 วัน

ไปญี่ปุ่นไม่ต้องขอวีซ่าแล้วครับ สำหรับท่องเที่ยว 15 วัน

สิ่งที่สำคัญคือ 4 ข้อนี้ครับ ที่ะทำให้ทุกท่านผ่านฉลุย ตม.ญี่ปุ่นเข้าไปเที่ยวได้อย่างบันเทิงเริงใจ
1. ตั๋วเครื่องบินกลับ โดยเฉพาะที่ระบุวันกลับชัดเจน
2. จำนวนเงินที่ถือและได้กรอกแจ้งในในเอกสาร ตม. มีความสมน้ำสมเนื้อกับจำนวนวันที่อยู่ (มีบัตรเครดิตสำรองไว้ก็ดี เผื่อโชว์ให้เห็นกรณี ตม.เห็นว่าว่าเงินน้อย แต่เรามีบัตรเครดิตเสริมน้ำหนัก)
3. ชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์อ้างอิงที่พักเรา ที่ชัดเจน ตรวจสอบได้ ยิ่งมีหลักฐานการจอง การจ่ายเงินยิ่งชัดเจนเป็นเรื่องเป็นราว
4. กำหนดการที่เราจะเดินทางในญี่ปุ่น ทำให้เขาเห็นการวางแผนการเดินทางที่ชัดเจน

ของ ผมแสดงแค่ 3 อย่างแรกครับ น่าจะชัดเจนพอแล้ว ตม.เลยไม่ขอ ข้อ 4

แต่สำหรับคนที่ไม่เคยมีประวัติเข้าญี่ปุ่นเลย 3 ข้อแรกสำคัญสุดครับ 3 ข้อแรกสำคัญสุดครับ
– ตั๋วเครื่องบินกลับ
– เงินที่ถือไปและได้กรอกแจ้งใน เอกสารผ่าน ศุลกากร.* ที่แจกให้กรอกบนเครื่องบินก่อนเข้าเมือง 5 วันเอาไปเกิน 2 หมื่นบาท(แลกแล้ว) ก็ฉลุยแล้วครับ
– หลักฐานการจองที่พัก รวมทั้งจดที่อยู่ เบอร์ของที่พัก อย่าลืมจดไว้ สำหรับไว้กรอกลงในเอกสารผ่าน ตม. ที่เค้าให้กรอกบนเครื่องก่อนลง

ไปญี่ปุ่นไม่ต้องขอวีซ่าแล้วครับ สำหรับท่องเที่ยว 15 วัน

ไปญี่ปุ่นไม่ต้องขอวีซ่าแล้วครับ สำหรับท่องเที่ยว 15 วัน

ไปญี่ปุ่นไม่ต้องขอวีซ่าแล้วครับ สำหรับท่องเที่ยว 15 วัน

ไปญี่ปุ่นไม่ต้องขอวีซ่าแล้วครับ สำหรับท่องเที่ยว 15 วัน

ไปญี่ปุ่นไม่ต้องขอวีซ่าแล้วครับ สำหรับท่องเที่ยว 15 วัน

ไปญี่ปุ่นไม่ต้องขอวีซ่าแล้วครับ สำหรับท่องเที่ยว 15 วัน

ข้อ 4 ยังแนะนำให้ทำอยู่ ในกรณีที่ 2 หรือ 3 เผื่อ ตม.ดูแล้ว ตม.อยากถามรายละเอียดเพิ่มเติม เอกสาร ข้อ 4 จะช่วยให้คุณตอบคำถามเค้าได้ทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาที่หน้า ตม. นานมาก

เอาเข้าจริงส่วนมากผ่านฉลุย ชิวๆครับ มั่นใจได้เลย ว่าทาง ตม.สนองตอบนโยบายนี้ที่ออกมาได้อย่างน่าประทับใจ

และทั้งหมดนี้คือประสบการณ์ หนึ่งในคนไทยกลุ่มแรกที่เดินทางเข้าญี่ปุ่นแบบไม่ขอวีซ่า ในวันที่ 1 กค. ซึ่งเป็นวันแรกที่เปิดให้คนไทยเดินทางเข้าประเทศด้วยวิธีนี้ได้ โดย TG 676 ของการบินไทย ไปญี่ปุ่น เที่ยวแรกตอนเช้า 7.35 น.และได้เดินทางเข้าญี่ปุ่นเรียบร้อยแล้วด้วยความสะดวกและประทับใจมากๆ

รายงานสดจาก อิเคบุคุโร่ ประเทศญี่ปุ่น ค่ำวันที่ 1 กค. และหวังว่าข้อมูลนี้จะได้แชร์เป็นประโยชน์กับนักเดินทางที่รักญี่ปุ่นทุกท่านครับ

IMG_1056

เพิ่มเติมภาพ ให้คนที่คิดจะเดินทางอุ่นใจครับ

คนไทยเที่ยวญี่ปุ่นไม่ต้องมีวีซ่าได้แล้ว

คนไทยเที่ยวญี่ปุ่นไม่ต้องมีวีซ่าได้แล้ว

ตอนนี้ ผมเดินทางมาถึงที่ญี่ปุ่น และเข้าประเทศเรียบร้อยแล้ว ในโจทย์การเดินทางที่หลายๆคนน่าจะกำลังอยากทราบ และจะได้เตรียมตัวเตรียมพร้อมก่อนไป รอติดตามอ่านประสบการณ์การเดินทางและการเตรียมตัวเดินทางในรูปแบบใหม่ครับ มาถึงปุ๊บเขียนเลย..55

คนไทยเที่ยวญี่ปุ่นไม่ต้องมีวีซ่าได้แล้ว

คนไทยเที่ยวญี่ปุ่นไม่ต้องมีวีซ่าได้แล้ว