15 Oct

10 คำถาม จากเรื่อง โดราเอม่อน ที่ถูกถามมากที่สุดของเดือนนี้

คำถามเรื่อง Doraemon โดราเอม่อน ชุดนี้ ถามกันมาเยอะจริงครับ จะไม่ตอบก็ไม่ได้ เดี๋ยวว่าไม่รู้

http://www.daco-thai.com/information/498/

ลองตอบกันก่อนคลิกไปอ่าน เฉลย Doraemon โดราเอม่อน ก็ดีนะ คนถามเค้าดูจะตั้งใจ ชอบคำถามนะครับ แต่ใครตอบไม่ได้ค่อยมาดูเฉลยนะ จะละเอียดขึ้นมาอีกนิด

โดราเอม่อน

10 คำถาม โดราเอม่อน


….

1.เดคิซุงิเลี้ยงสัตว์อะไร
—หมาดัลเมเชียน

2.ตัวประกอบที่เป็นเพื่อนโนบิตะ คนที่ชอบใส่หมวกตลอดเวลาชื่ออะไร
—(ทานากะ) ยาสุโอะ

3.ไจแอนท์สะดือจุ่นกี่เซนติเมตร
—3.5 ซม.(ตอนไม้กระดานเจาะรูแอบดู)

4.หลานสาวสุดสวยของคุณตาคามินาริ ชื่ออะไร
—มิซูเอะ (ตอนวงแหวนสร้างมิตร)

5.ในกลุ่มโนบิตะ ใครเลี้ยงหนู
โดราเอม่อน ( Doraemon เลี้ยงแบบไม่ได้ตั้งใจ ตอนขนมหน้าเหมือนสัตว์เลี้ยง)  / ซิซูกะ มีเลี้ยง นก หมา และหนูตะเภา (หนูตะเภากับหนูเป็นคนละชนิดกันน้า)

6.ตรงข้ามบ้านโนบิตะเป็นบ้านของใคร และอยู่กันกี่คน
ตรงข้ามบ้าน มี 2 ครอบครัว คือครอบครัวคาวาฮาดะ มี 3 คน (ตอนไปเที่ยวกันเถอะ) และครอบครัวโคอิเคะ มี 3 คน (ตอนลำแสงผ่านตลอด) ที่จริงมันก็ไม่เชิงบ้านตรงข้ามเท่าไหร่น้า

7.ทุกครั้งที่ Doraemon จะเอาของวิเศษออกมาจากกระเป๋าหน้าท้อง จะต้องมีฉากโชว์ของและบอกชื่อของวิเศษนั้นๆ อยู่เสมอ แต่มีอยู่ครั้งหนึ่งที่โดราเอม่อนเคยเอาออกมาจากกระเป๋าหน้าท้องเหมือนกัน (มีฉากโชว์ของพร้อมบอกชื่อด้วย) เพียงแต่มันไม่ใช่ของวิเศษเลย อยากรู้ว่าของไม่วิเศษนั้นคืออะไร
— อัลบั้มรูปโนบิตะ / อมยิ้ม (ตอนแรก Doraemon เอาอัลบั้มมาให้โนบิตะดูอนาคต กับตอนที่โนบิตะจะได้รับอุบัติเหตุจากรถ / ส่วนอมยิ้มตอนยาอัลตร้าซูเปอร์เดอลักซ์ทรงพลัง) ที่จริงก็มีเยอะกว่านี้อีกน้า

8.ตอนที่ได้เจอกับโดราเอมอนครั้งแรก โนบิตะกำลังอ่านการ์ตูนเรื่องอะไรอยู่
—ผีน้อยคิวทาโร่ (ตอนแรก ผู้มาจากโลกอนาคต)

9.ทีมเบสบอลที่พ่อโนบิตะเชียร์คือทีมอะไร
—-ทีมไจแอนท์ (ตอนระเบิดเป็นต่อ)

10.ยดจังเป็นใคร
— ลูกของญาติซิซูกะ (ตอนยาอัลตร้าซูเปอร์เดอลักซ์ทรงพลัง)

ที่จริงคำถามแบบนี้สนุกดีนะครับ มีอยู่ในเล่มที่ตีพิมพ์กันทุกคนแต่สำคัญว่าจะจำได้กันแค่ไหน มีเรื่องราวมากมายที่ผ่านตา คุ้นๆ แต่เราจะจำได้ขนาดไหน อันนี้เป็นคำถามที่น่าสนใจ และท้าทายสำหรับคนที่คิดว่าชื่นชอบโดราเอมอน ช่างสังเกต ช่างจำ ปล. ที่จริงบางข้อก็แบบว่ามันไม่สำคัญอะไร 555 แต่ถ้าไม่คิดมากมันก็สนุกดี ครับ ไว้มีโอกาสเราหาอะไรสนุกๆมาพูดถึงกันแบบนี้อีกก็ดีนะ 555

เฉลย

26 Sep

ประวัติที่มาของ โดรายากิ Dorayaki โดราเอมอน

ประวัติความเป็นมา ของโดรายากิ หรือที่เขียนภาษาญี่ปุ่น ว่า どら焼き, どらやき, 銅鑼焼き, ドラ焼き = Dorayaki

โดรายากิ เป็นขนมหวานของญี่ปุ่น ที่เรามักจะเริ่มต้นรู้จักจากเรื่อง โดราเอมอน ที่เชื่อว่าหลายๆ คนในบ้านเรา น่าจะ­รู้จักกันดี โดยเฉพาะคนที่ชื่นชอบหรือดูการ์ตูนโดราเอม­อนครับ

โดรายากิ

Dorayaki (どら焼き, どらやき, 銅鑼焼き, ドラ焼き)

หลายคนคงทราบกันดีว่า โดรายากิ ในการ์ตูนโดราเอมอน จะเป็นขนมหวานที่โดราเอมอนชอบมาก โดยแป้งทอดจะเป็นแพนเค้กเนื้อนุ่มสองชิ้นป­ระกบกันและสอดไส้ถั่วแดงกวนที่หอมหวาน โดยตามเนื้อเรื่องในปัจจุบัน มีที่มาจากในศตวรรษที่ 22 “โดราเนียโกะ” เป็นคนให้โดราเอมอนทานครั้งแรก จึงเป็นความทรงจำดีดี ของโดราเอมอนที่ทำให้ โดราเอมอนชอบโดรายากิตั้งแต่ตอนนั้นเป็นต้นมา

Dorayaki (どら焼き, どらやき, 銅鑼焼き, ドラ焼き)

Dorayaki (どら焼き, どらやき, 銅鑼焼き, ドラ焼き)

ปัจจุบัน โดรายากิ Dorayaki กลายเป็นขนมหวาน จากการ์ตูน ที่คนทั่วโลก รู้จัก แต่น้อยคนจะรู้ว่า โดรายากิ dora-yaki มีที่มาอย่างไร

หลายกระแสบอกว่า โดรายากิ Dorayaki มีที่มาจาก ขนมที่ คนญี่ปุ่น นิยมถวาย เทพเจ้า ในศาลเจ้า มาแต่โบราณ ผมเองก็ฟังยิ้มๆ น่าจะเข้าใจผิด เพราะอันนี้น่าจะหมายถึง โมจิ ซึ่งเป็นขนมชิ้นแรกในปัจจุบันที่โดราเอมอนได้ทานในตอนแรกของเรื่อง ไม่เกี่ยวกับโดรายากิ

บางคนก็ท้าวความไปถึงสมัยเบงเคย์ ตอนที่ได้รับบาดเจ็บ และได้รับความช่วยเหลือจากครอบครัวนึง แล้วแสดงคำขอบคุณด้วยการให้ขนมชนิดนี้เป็นการตอบแทน

มี่ขนมที่ดูใช่และใกล้เคียงกับความเข้าใจนี้มากที่สุดก็คือ ขนม Imagawayaki 今川焼き ขนมดั้งเดิมสมัยเอโดะ ซึ่งมีบันทึกไว้ถึงขนมชนิดนี้ ตั้งแต่ช่วงปี 1772-1781 ซึ่งดูเผินๆ ใกล้เคียงกันมาก แต่ต่างกันตรงแป้งที่ใช้ และวิธีการทำ เพราะขนม Imagawayaki 今川焼き เป็นแป้งที่หุ้มไส้ถั่วแดงทั้งชิ้น แต่ โดรายากิทำง่ายกว่า แค่เอาแพนเค้ก 2 อันมาใส่ไส้ถั่วแดงกวนก็เสร็จ ที่ใกล้เคียงอีกอันนึงก็คือไท้ยากิ ซึ่งเป็นแป้งไส้ถั่วแดงเหมือนกัน แต่ก็ต่างกันตรงที่วิธีการทำอีกเช่นกัน (อย่าลืมว่าไส้ถั่วแดงนี่เป็นเอกลักษณ์สำคัญอย่างหนึ่งของขนมหลายๆชนิดของญี่ปุ่นก็ว่าได้)

เหตุผลหลักอีกข้อที่ โดรายากิ ต่างออกมาจากขนมไส้ถั่วแดงชนิดอื่นๆ ในญี่ปุ่นเดิม เป็นเพราะ แพนเค้ก ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของโดรายากิ ไม่ใช่ของประเทศญี่ปุ่นดั้งเดิมแต่มาจากต่างประเทศ พูดง่ายๆว่า โดรายากิ เป็นการพบกันระหว่างวัฒนธรรมการกินของฝั่งตะวันตก คือ แพนเค้ก กับฝั่งตะวันออก คือ ถั่วแดงกวน ของญี่ปุ่น เป็นการพบพานระหว่าง 2 วัฒนธรรมที่มาผสมลงตัวกันอย่างกลมกลืน

ตามข้อมูลทางประวัติศาสตร์ แพนเค้ก ถูกนำมาใช้ในร้าน Usagiya ตั้งแต่ปี 1913 โดย Taniguchi Kisaku ซึ่งมาจากเมืองโทยาม่า (บ้านเกิดที่เดียวกับ อ.ฮิโรชิ ฟูจิโมโตะ) โดยไม่มีใครทราบที่มาแน่ชัดของการเรียกว่า โดรายากิ มีที่มาของชื่อ โดรายากิจากหลายทาง บ้างก็ว่ามาจากรูปทรงของแป้งที่ทำเสร็จแล้วทรงกลม บ้างก็ว่ามาจากจีน ที่มาจากฆ้องทรงกลมอันใหญ่ที่เรียกว่า gong

โดรายากิ โดรายากิ โดรายากิ

แต่ที่แน่ๆ โดรายากิ ถูกทำขายเป็นครั้งแรกในปี 1927 โดยร้าน Usagiya ที่ Ueno เป็นเจ้าแรก หรือเรียกได้ว่าถือกำเนิดใน โตเกียว รูปทรงดั้งเดิมยังเป็นแผ่นเดียว ส่วนในทางโอซาก้า คันไซ เรียกกันว่า มิซากะ อันมีที่มาจากชื่อภูเขาในสวนสาธารณะแห่งนึงในนารา ที่นิยมไปนั่งชมพระจันทร์เต็มดวงและทานขนมหวาน

ในหลังสงครามโลก ปี 1945 แพนเค้กเริ่มมีบทบาทในโรงเรียนประถมมากขึ้นเรื่อยๆ และในที่สุดการรับทานแบบเดิมที่ยุ่งยาก แบบที่ราดน้ำเมเปิ้ล หรือน้ำผึ้ง ไม่สอดคล้องกับวัฒนธรรมพกพาสะดวกของญี่ปุ่น การผสมผสานระหว่างไส้ถั่วแดงและแพนเค้กก็เลยเกิดขึ้น เพื่อ พกพาสะดวก นำไปทานที่ไหนก้ได้ ที่สำคัญเป้นขนมที่มีประโยชน์สำหรับเด็กๆ

Doraemon & Dorayaki

Doraemon & Dorayaki

ตอนนั้น โดราเอมอน ที่เริ่มต้นตีพิมพ์ลงในนิตยสารสำหรับเด็กประถม ก็มีการพูดคุยว่า น่าจะนำ โดรายากิ มาทำเป็นเมนูที่โดราเอมอนชอบทาน เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับเด็กๆในการได้ทานขนมที่มีประโยชน์ และแน่นอนว่าโดราเอมอนก็ทำได้สำเร็จเสียด้วย เพราะนับจากนั้นเป็นต้นมา โดรายากิ Dorayaki กลายเป็นขนมที่เด็กๆ รู้จักและชอบทาน ขึ้นมาจริงๆ ไม่เว้นแม้แต่ในประเทศต่างๆ แม้กระทั่งประเทศไทย โดรายากิ Dorayaki ก็เป็นขนมที่เรารู้จักและทดลองทานจนติดใจด้วยเช่นกัน

สาระของ โดรายากิ ขนมที่มาจาก 2 วัฒนธรรม ตะวันตก และตะวันออก(ญี่ปุ่น) การเป็นขนมชนิดใหม่ ที่ผสมผสานอย่างลงตัว ทั้งสื่อความหมายของการเป็นทูตวัฒนธรรม และยังเป็นขนมที่มีประโยชน์สำหรับเด็กๆ ทำให้ขนมธรรมดาที่ไม่ธรรมดานี้ กลายเป็น ขนมจากการ์ตูน ที่คนทั่วโลกรู้จักกันในปัจจุบัน น่าทึ่งดีนะครับ

โดรายากิ

ปัจจุบัน ร้าน อูซางิ (กระต่ายที่น่ารัก) ยังเปิดอยู่ ห่างจากสถานีอุเอโน่ไปไม่ไกล โดยมีสัญลักษณ์กระต่ายขาว หน้าร้าน ถ้าใครอยากชิมบอกนะครับ เราจะได้แวะไปชิมรำลึกกัน ชิ้นละ 200 เยน เท่านั้นเอง (แต่ต้องสั่งจองก่อนนะถึงจะได้ทาน)

นอกจากนั้น อีกที่ที่ควรไปก็ คือ พิพิธภัณฑ์โดราเอมอน Fujiko F. Fujio Museum เพราะที่นั่นคือปลายทางที่สมบูรณ์แบบสุดฟิน สำหรับ โดรายากิ ฉบับโดราเอมอน อย่างแท้จริง

Fujiko F. Fujio

Fujiko F. Fujio

หมายเหตุ ขนม Imagawayaki 今川焼き มีชื่อเรียกต่างออกไปตามภูมิภาคด้วยนะครับ เช่นทางเหนือ อาโอโมริ และทางฮอกไกโด เรียก Oyaki おやき ทางคันไซเรียก Ōban-yaki 大判焼き หรือ Kaiten-yaki 回転焼き และทางคิวชูเรียก Kaiten manjū 回転饅頭

03 Aug

รู้ไหม ชื่อของคุณ มีที่มาจากความรักของพ่อกับแม่ & สุขสันต์วันเกิดของโนบิตะ 7 สค.

เดือนสิงหาคมแล้ว ใกล้ถึงวันเกิดโนบิตะเข้าไปทุกที ครั้งแรกที่ผมอ่านการ์ตูนเรื่องนี้ยังวัยเด็กอยู่เลยครับ พออ่านถึงตอนความผูกพันของคุณพ่อคุณแม่ของโนบิตะที่มีต่อลูก ตอนนั้นไม่เข้าใจเท่าไหร่ เป็นการมองสัมพันธภาพของพ่อแม่แบบมุมมองของเด็ก

วันเกิดของโนบิตะ

ในฉบับหนังสือการ์ตูน Manga โนบิตะถูกกำหนดให้เกิดในปี 1964 (พ.ศ. 2507) ช่วงปีโชวะ มีระบุในตอน “วันที่ผมเกิด” ตีพิมพ์ในปี 1974

 

ปัจจุบันมี ลูกชาย 3 คน แล้ว รับรู้ประสบการณ์ถึง 3 ครั้ง และครั้งนี้เป็นครั้งที่ใกล้วันเกิดมากที่สุด มุมมองของการอ่านใกล้กับความคิดของคุณพ่อมากขึ้นและได้เห็นภาพจาก 2 มุมที่อยากเขียนถึงและเล่าให้ฟังในช่วงที่ลูกคนที่ 3 เกิดพอดี

ธรรมเนียมอย่างนึงของญี่ปุ่นกับไทย (และน่าจะอีกหลายชาติ) เมื่อมีการเกิดก็คือการตั้งชื่อที่มีความหมาย สื่อความคิดของพ่อแม่ลงไปในชื่อเพื่อที่จะทำให้สักวันหนึ่งลูกจะได้รับรู้ ในการ์ตูน โดราเอมอน ตอนที่โนบิตะย้อนเวลากลับไปในวันที่เขาเกิด การที่ลูกได้รับรู้สึกของพ่อแม่ตอนนั้นมันเป็นเรื่องที่ดีมากๆ

ในฉบับหนังสือการ์ตูน Manga โนบิตะถูกกำหนดให้เกิดในปี 1964 (พ.ศ. 2507) ช่วงปีโชวะ มีระบุในตอน “วันที่ผมเกิด” ตีพิมพ์ในปี 1974

ในฉบับหนังสือการ์ตูน Manga โนบิตะถูกกำหนดให้เกิดในปี 1964 (พ.ศ. 2507) ช่วงปีโชวะ มีระบุในตอน “วันที่ผมเกิด” ตีพิมพ์ในปี 1974

การสะท้อนความรัก ความผูกพัน ของครอบครัว ความรักของพ่อแม่ ที่มีต่อลูก ออกมาในการ์ตูน ที่จริงยังมีอีกหลายเรื่องและหลายตอน หลายความคิดและมุมมอง แต่ในเรื่องโดราเอมอน เรื่องราวของ วันเกิดของโนบิตะ เป็นเรื่องที่คอการ์ตูนบ้านเราหลายรุ่น น่าจะรู้จักกันมากที่สุด และหลายตอนของโดราเอมอนก็สื่อถึงความรักความผูกพันในครอบมากๆ ครับ โดยเฉพาะ คุณย่าของ โนบิตะ ซึ่งหลายคนคงจำกันได้ และหล่ายคนคงอาจเคยน้ำตาซึมกันมาแล้ว เพราะปรัชญาที่สำคัญที่แฝงในเรื่องนี้ ที่ผู้เขียนตั้งใจถ่ายทอดออกมา ก็คือ ความเข็มแข็ง ที่สามารถล้มและลุกได้ ไม่ว่าจะล้มสักกี่ครั้ง ผ่าน Sign โดราเอมอน ที่ถูกออกแบบมาจากตุ๊กตาล้มลูกของลูกสาวผู้เขียน (Fujio F. Fujiko) + คาแรคเตอร์ของแมว

 

รวมทั้งการสื่อแนวคิด โดยผ่านคำสอนของคุณย่า และโดยเฉพาะความหมายของชื่อ ใน วันทืี่คุณพ่อตั้งชื่อลูกว่า โนบิตะ ซึ่งมันยิ่งใหญ่มาก

โนบิตะ แปลว่าเติบโตอย่างเข้มแข็ง

จงทำตัวแบบตุ๊กตาล้มลูก เพราะไม่ว่าจะล้มกี่ครั้ง ก็จะลุกขึ้นมาได้ใหม่ได้อย่างเข็มแข็งเสมอ

หลายครั้ง เราจะพบว่า การ์ตูน ได้ทำหน้าที่ ถ่ายทอดความคิด วัฒนธรรมและความสุข ออกมาอย่างอบอุ่น ตัวอย่างง่ายๆ เหมือนอย่างที่ผมเล่าข้างต้น ทั้งเป้นการจากมุมมองของชาติหนึ่งสู่อีกชาติหนึ่ง ระหว่างไทย กับญี่ปุ่น มาถึงผู้อ่านที่ได้รับรู้ถึงความคิด และวัฒนธรรมดีดีจากญี่ปุ่น อย่างเช่น ตุ๊กตาล้มลูกที่มีควรามหมายดีดี

baby_IMG_3251 baby_IMG_3252 baby_IMG_3255
baby_IMG_3256

(และนี่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่น่าประทับใจไม่รู้คลาย ทั้งในความคลาสสิค ทั้งแง่มุม ปรัชญาความคิด ที่สื่อสารสู่ผู้อ่าน ผ่านช่องทางการรับสารที่เรียกว่า การ์ตูน ซึ่งไม่ใช่เรื่องไร้สาระ และไม่ใช่แค่เรื่องสำหรับเด็ก แต่ทำหน้าที่เป็นสื่อในการส่งสาร ความคิด ความรู้ ศิลปะวัฒนธรรม ไม่ต่างจากสื่อแขนงอื่น)

ผมหวนหาความรู้สึกของการตั้งชื่อ และความรู้สึกของโนบิตะที่ได้รับรู้ที่มาของความรู้สึก ความคิดและความตั้งใจของพ่อแม่ แล้วก็ตั้งใจตั้งชื่อลูกมากๆ เหมือนที่คุณพ่อโนบิตะ ตั้งชื่อให้ลูกของเขา และก็อยากบอกคุณในมุมกลับว่าชื่อของ คุณ ทุกคน ล้วนมีที่มา มีคนตั้ง มีความรัก มีความตั้งใจที่ถูกถ่ายทอดผ่านชื่อนั้น ที่เป็นชื่อของคุณในวันที่คุณเกิด

baby_IMG_3211

ความรักตรงนั้น คุณคงรู้สึกได้ ถ้ามีใครสะกิดให้คิด และเป็นความรักใกล้ตัวที่อยู่ใกล้คุณมาตลอดทั้งชีวิต ตลอดเวลาที่คุณใช้ชื่อนี้

หลับตานิ่งๆ รับรู้ถึงความรักนั้น ไปพร้อมๆกัน..
สุขสันต์วันเกิด โนบิตะ และ สุขสันต์วันเกิดทุกคนครับ
คุณจำได้ไหมว่า ชื่อของคุณ คือ ที่มาจากความรักของพ่อกับแม่ ความหมายและความตั้งใจตรงนั้น
ความรู้สึกตรงนั้นยังอยู่กับคุณไหม ?

สุขสันต์วันแม่ และ สุขสันต์วันพ่อ ของคุณ ล่วงหน้า และอย่าลืมส่งความรักกลับไปให้ท่านได้รับรู้ทุกครั้งที่มีโอกาสครับ

สุขสันต์วันเกิดโนบิตะ

รู้ไหมว่า ชื่อของคุณ คือที่มาจากความรักของพ่อกับแม่ สุขสันต์วันเกิดโนบิตะ 7 สค.

 

 

 

13 Jul

ปลูกข้าวในอาคาร ใจกลางโตเกียว

Studio Zero : Fujiko Fujio & His friends.

Studio Zero : Fujiko Fujio & His friends.

ช่วงนี้ กำลังทำการบ้านโปรเจค ตะลอนตามรอยการ์ตูน อยู่ครับ พยายามรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการ์ตูนหลายเรื่องและไปตามเก็บ ตรวจสอบข้อมูลในพื้นที่จริง และวันนี้ก็ไปเดินเล่นใจกลางโตเกียว ชินจูกุ – ฮาราจูกุ และละแวกใกล้เคียง เพื่อตามหา สตูดิโอ ซีโร่ ในตำนาน ของ อาจารย์ ฟูจิโอะ ฟูจิโกะ กับผองเพื่อน อย่าง อ.อิชิโนโมริ โชทาโร่ อ.ซูซูกิ ที่ทำการ์ตูน อนิเมทีวี เรื่องแรก คือ อะตอม หรือเจ้าหนูปรมาณู ให้กับ อ.เทตสึกะ โอซามุ ครับ ต่อมาเรื่องนี้ถูกนำเอาเข้ามาฉายในไทยด้วย

ปีนี้ อ. ฮิโรชิ ฟูจิโมโตะ หรือที่ต่อมาเรารู้จักในนาม ฟูจิโอะ เอฟ ฟูจิโกะ ที่เกิดในปี 1933 ก็จะครบรอบ 80 ปี (1933-1996) ซึ่งทางญี่ปุ่นจะมีฉลองจัดงานที่ หอคอยโตเกียว กลางเดือน กค.นี้ ยาวไปจนถึงเดือน ตค. ผมเองก็เลยถือโอกาส 80 ปีนี้ทำอะไรที่คาใจมานานให้หายคาใจสักที ด้วยการไป ตะลอนตามรอยการ์ตูน ตามข้อมูลที่เรามีและเราอยากไปเห็นด้วยตา ของตัวเองมากมาย จุดแรกที่มีข้อมูลจริงๆ ที่เผอิญได้มาก็คือ ที่ สตูดิโอซีโร่ นี่ละครับ

เกร็ดน่ารู้เรื่องแรกที่ค้นมาก็คือ  นามปากกา  ฟูจิโอะ ฟูจิโกะ
มาจาก ชื่อทั้ง 2 ท่านรวมกัน คือ ฮิโรชิ ฟูจิโมโตะ และ โมโตโอะ อาบิโกะ
ฮิโรชิ ฟูจิโมโตะ และ โมโตโอะ อาบิโกะ  เป็น ฟูจิโอะ ฟูจิโกะ

นามปากกานี้ ฟูจิโอะ ฟูจิโกะ ใช้ทำงานร่วมกัน ตั้งแต่การ์ตูนเรื่อง ผีน้อยคิวทาโร่
และต่อมาพวกเขาก็ร่วมมือกันตั้งสตูดิโอที่ชื่อ ‘The Studio-zero’ ในปี 1963 เริ่มแรกเพื่อผลิตการ์ตูนให้กับ อ.เทตสึกะ โอซามุ เรื่อง อะตอม ก่อนที่ อ.เทตสึกะ โอซามุจะจัดตั้ง มุชิ โปรดั๊กชั่น ขึ้นมาดูแล และต่อมาหลังจากในปี 1964 นามปากกา ฟูจิโอะ ฟูจิโกะ ประสบความสำเร็จกับหนังสือการ์ตูนเรื่อง ผีน้อยคิวทาโร่ (Obake-no Qtaro) ที่ลงในนิตยสาร โชเน็น ซันเดย์ ก็ผลิตการ์ตูนของตัวเองอย่างผีน้อยคิวทาโร่ ออกอากาศ โดยใช้สตูดิโอซีโร่ เป็นที่ผลิตการ์ตูนอนิเมชั่นของตนเองในเวลาต่อมาด้วยครับ ถือเป็นช่วงคลื่นลูกแรกของกระแสบูม ของอนิเมทางทีวี

ย้อนกลับมาที่ที่สตูดิโอ ซีโร่ ซึ่งพอดีผมได้ที่ตั้ง ดั้งเดิมมา ก็เลยอยากไปเดินหาจริงๆ ซึ่งทั้งที่ทราบว่าตึกเดิมถูกทุบทิ้งไปแล้วก็ยังอยากไป ณ จุดๆ นั้นสักครั้ง เป็นความต้องการต้องการส่วนตัวที่บ้าบอสิ้นดี แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังจะไป..(ฮา) ได้เอาไปโพสต์เล่าในพันทิปด้วยนะครับ สนใจตามไปอ่านกัน  http://pantip.com/topic/30692559

ตึกที่ว่าการเมืองโตเกียว

ผ่านไปเที่ยวญี่ปุ่น เดินเที่ยวโตเกียวรอบนี้ ไปเจอตึกอาคารสำนักงานใหญ่ Pasona ที่มีคอนเซปต์น่าสนใจมากๆ แต่ว่าวันนั้นเวลากระชั้นมาก เลยตั้งใจว่ากลับมาจะค้นข้อมูลเพิ่มเติม และก็ได้ได้ข้อมูลจาก inhabitat เพื่อเอามาเล่าสู่กันฟังครับ

อ่านแล้วน่าทึ้งตรงที่ ตึกนี้ถูกพลิกโฉมในประเด็นการคิดแก้ปัญหาที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต เกี่ยวกับความสามารถผลิตอาหารเอง ในเมืองใหญ่ที่ปกติไม่สามารถผลิตอาหารเองได้  และสร้างพื้นที่สำหรับผลิตอาหารขึ้นมาภายในอาคาร เพื่อเพิ่มศักยภาพการพึ่งพาตนเองทางด้านอาหาร

มารู้จักตึกนี้กันดีกว่าว่ามีอะไรบ้าง
Pasona-HQ-Kono-Designs-13 Pasona-HQ-Kono-Designs-14 Pasona-HQ-Kono-Designs-21Pasona-HQ-Kono-Designs-31

จากอาคารสำนักงานเก่าแก่กว่า 50 ปี ถูกปรับปรุงใหม่โดยบริษัท Kono Designs เพิ่มผนังไม้เลื้อยรอบอาคาร เพื่อช่วยลดความร้อนที่จะเข้ามาภายใน และกลายเป็นแหล่งผลิตอาหารให้กับพนักงานที่อยู่ภายในบริษัท มีพื้นที่สำหรับผลิตอาหารภายในอาคาร สำหรับการปลูกผักและผลไม้กว่า 200 ชนิด ทั้ง บร็อกโครลี่ ผักกาดหอม มะเขือเทศ และสามารถปลูกข้าวบนนาเทียม โดยใช้ใช้แสงสังเคราะห์จากหลอดไฟฟ้าแทนแสงอาทิตย์ ชวนให้นึกถึงโดราเอมอน ตอนที่โนบิตะกับโดราเอมอน ชวนกันไปทำนาข้าวกันเองในบ้านมากๆ

โดราเอมอน เล่มที่ 2

โดราเอมอน เล่มที่ 2 หน้า 138 ตอนทำนาบนผืนเสื่อ ครับ

Pasona-HQ-Kono-Designs-51 Pasona-HQ-Kono-Designs-61

Pasona-HQ-Kono-Designs-41

Pasona-HQ-Kono-Designs-711 Pasona-HQ-Kono-Designs-91 Pasona-HQ-Kono-Designs-102

คิดๆ แล้วก็น่าทึ่ง ที่ญี่ปุ่นเค้าคิดอะไรก้าวหน้า คิดเผื่อกันซึ่งกันและกันไปจนถึงศักยภาพการผลิตอาหารในเมืองเพื่อเลี้ยงปากท้องผู้คน ที่อาจกลายเป็นต้นแบบในการผลิตอาหารในเมืองได้ในอนาคต จนสามารถปลูกข้าวได้ในอาคารจนเก็บเกี่ยวมาทานได้เรียบร้อย แต่ในประเทศไทยบ้านเรา ข้าวบ้านเรากลับกลายเป็นเรื่องที่ถูกเอานำมาใช้เป็นเรื่องการเมือง มุ่งจะปล่อยข่าวโจมตีกันโดยไม่คิดว่าจะสั่นสะเทือนประเทศไทยให้เสียภาพลักษณ์ไปในระดับโลก
Untitled-117

จนกระทั่งฟ้าหญิงท่านยังต้องทรงให้สถาบันวิจัยฯ ตรวจสอบและออกมาปกป้องประเทศ พระองค์ทรงอยู่เหนือการเมืองอย่างแท้จริง

เมื่อวันที่ 8 ก.ค. เวลา17.15 น.ตามเวลาท้องถิ่นของราชอาณาจักรสวีเดน สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เสด็จออก ณ โรงแรมที่ประทับ ณ กรุงสตอกโฮล์ม พระราชทานพระวโรกาสให้เอกอัครราชทูตไทยประจำ กรุงสตอกโฮล์ม นำข้าราชการสถานราชทูต และคนไทยที่อาศัยอยู่ในกรุงสตอกโฮล์มเข้าเฝ้าอย่างใกล้ชิด เนื่องในโอกาสเสด็จประกอบพระกรณีกิจ ณ ราชอาณาจักร สวีเดน

ในการนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงเป็นห่วงสถานการณ์ข้าวไทยที่มีบางประเทศในยุโรปเกรงว่าจะมีสารปนเปื้อนมา ในข้าว โดยมีพระดำรัสต่อคณะผู้เข้าเฝ้าว่า สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ทำการวิจัยเกี่ยวกับข้าวไทย ปรากฎว่า ข้าวไทยเป็นข้าวที่มีคุณภาพและไม่มีสารปนเปื้อน ซึ่งแตกต่างจากข่าวจากประเทศเพื่อนบ้านที่มีการปนเปื้อนจากสารหนู

“ข้าวไทยนั้นไม่มีสารพิษจริง ๆ เป็นข้าวที่มีคุณภาพ แต่ข้าวที่มีสารพิษนั้นเป็นข้าวต่างประเทศ โดยย้อมแมวว่าเป็นข้าวไทย ทำให้ต่างประเทศเข้าใจผิดว่าข้าวไทยมีสารพิษ อาร์ซีนิค คือสารหนูนั่นเอง สารพิษอาร์ซีนิคจะมีอยู่ในดิน ในน้ำ ทำให้สุขภาพเสีย ลุ่มแม่น้ำโขงก็มีมากมาย เพราะฉะนั้นต้นข้าวก็ต้องดูดเอาสารพิษนี้ขึ้นไป ข้าวของไทยนั้นขอให้พวกเราภูมิใจได้ว่าข้าวไทยเราเป็นข้าวคุณภาพ”